2006/Jun/03

Previous :  Tokyo Tour วันที่ 3 - Maid Cafe

วันที่ 4 - 30 พ.ค.

วันสุดท้ายแล้วครับ ^^ จบๆซะทีเนอะ

เครื่องบินไฟลต์กลับกรุงเทพออกตอน 18.45 น. ผมกะไปถึงนาริตะประมาณ 15.45 นั่นคือออกจากโตเกียวโดยรถไฟสกายไลเนอร์ตอน 14.45 วันนี้เช็คเอาท์ออกจากที่พักตอน 08.30 น. ก็เลยมีเวลาเดินเที่ยวได้อีก 6 ชม. ที่วางโปรแกรมไว้ว่าจะไปก็คือวัดอาซาคุสะครับ

เริ่มแรกก็นั่งรถไฟ JR ไปลงอุเอโนะก่อน กะว่าจะหาล็อกเกอร์หยอดเหรียญเก็บกระเป๋าไว้ก่อน แล้วค่อยไปลงรถไฟใต้ดินโตเอย์สายกินซ่าไปอาซาคุสะต่อ ก็เจอล็อกเกอร์หยอดเหรียญอยู่ภายในสถานีก่อนจะสอดตั๋วออกนั่นแหละครับ มี 3 ขนาดคือขนาดเล็ก 300 เยน/วัน (ประมาณ 100 บาท) ขนาดใหญ่ 500 เยน/วัน (ประมาณ 167 บาท) และคิงไซส์ 1100 เยน/วัน (ประมาณ 367 บาท) ด้วยความที่ไม่อยากเสี่ยงว่าออกไปข้างนอกแล้วจะหาไม่เจออีก (เพราะที่โยโยงิมันไม่มีล็อกเกอร์หยอดเหรียญอยู่ข้างนอกช่องสอดตั๋ว) ก็เลยฝากมันที่นี่แหละ แล้วค่อยหาทางกลับจากที่เที่ยวโดยรถไฟ JR เพื่อมาเอาของทีหลัง แต่พอเดินตามทางไปลงสถานีรถไฟใต้ดิน ก็เจอมันมีล็อกเกอร์อยู่ตรงบันไดเลื่อนลงไปสถานีนั่นเอง ฮ่วย... รู้งี้ฝากที่นี่ก็ดี ไปกลับด้วยรถไฟใต้ดิน ไม่ต้องหาทางไปขึ้น JR ด้วย -3-

ช่างมัน ไหนๆก็ฝากไปแล้ว ทีนี้ก็นั่งรถไฟใต้ดินโตเอย์สายกินซ่าจากอุเอโนะมาโผล่ที่สถานีอาซาคุสะ แล้วก็เดินผ่านเมืองขายของที่ระลึกเข้าไปด้านใน

ตัวศาลเจ้า

เข้าไปไหว้พระกันหน่อย

บริเวณบ่อน้ำสำหรับชำระร่างกายก่อนเข้าไปไหว้พระ

แล้วก็เดินกลับมาออกทางประตูนี้ครับ ประตูฟ้าผ่า :P

หันขวาก็เจอตึกบริษัทเบียร์อาซาฮี ถ้าเข้าไปเยี่ยมชมจะมีเบียร์ฟรีให้ชิมไหมนะ :D~

พอดีท้องเริ่มร้องก็เลยหาบลันช์ทานแถวหน้าวัดนั่นแหละครับ ก็ไปกินคัตสึด้งเซ็ต ได้ข้าวหน้าหมูทอดชามนึงบวกโซบะอีกชามในราคา 630 เยน (ประมาณ 210 บาท) อิ่มแปล้ไปอีกมื้อ

มองดูนาฬิกา เวลายังเหลืออีกตั้ง 4 ชม. จะไปไหนต่อดีล่ะ ก็เลยหยิบไกด์บุ๊คโตเกียวที่ติดมือมาจากที่พักมาลองพลิกๆดู ก็เจอว่าถ้าจะไปโตเกียวทาวเวอร์ มีสถานีรถไฟใต้ดินแถวนี้ที่ลงแล้วไปโผล่ใกล้ๆตัวหอ แถมขากลับเดินอีกหน่อยก็จะมีสถานีรถไฟ JR ที่ต้องนั่งเพื่อมาเอากระเป๋าอยู่แล้วได้พอดี ก็เลยตกลงใจเอาว่าไปที่นี่แหละ

เดินออกจากร้านไปลงรถไฟใต้ดินโตเอย์สายอาซาคุสะ ไปโผล่ที่สถานีไดมง เดินไปอีกประมาณ 10 นาทีก็จะถึงโตเกียวทาวเวอร์

ระหว่างทางก็จะผ่านวัดนี้ครับ วัดโซโจจิ ไม่ได้แวะเข้าไปเพราะไม่มั่นใจเรื่องเวลา

โตเกียวทาวเวอร์ที่เห็นจากหน้าวัด พอดีรอไฟเขียวคนข้ามถนนอยู่ก็เลยเงยขึ้นไปถ่ายซะ

อันนี้ถ่ายจากตีนหอ

ที่ตีนหอจะมีอนุสาวรีย์ระลึกถึงสุนัขลากเลื่อนที่เสียชีวิตที่ขั้วโลกใต้ ที่รอดมาได้มีสองตัวคือทาโร่กับจิโร่ที่โด่งดังนั่นเองครับ

จ่ายค่าตั๋วขึ้นไปชั้นชมวิวธรรมดาราคา 820 เยน (ประมาณ 274 บาท) แล้วก็ขึ้นไปที่ความสูง 150 เมตร ถ้าจะขึ้นไปชั้นชมวิวพิเศษที่ความสูง 250 เมตรต้องจ่ายอีกราคานึง หรือจะไปซื้อตั๋วต่างหากเอาข้างบนก็ได้

วัดโซโจจิเมื่อกี้ คราวนี้มาถ่ายจากมุมสูงบ้าง

ชินจูกุจากความสูง 150 เมตร

พยายามจะถ่ายชิงช้าสวรรค์ของดิสนีย์แลนด์ มองด้วยตาเปล่าเห็นหรอกนะ แต่ถ่ายยังไงก็ไม่ติดมาอ่ะ...

โรงแรมปรินซ์

สะพานเรนโบว์บริดจ์

อันนี้จะถ่ายอะไรหว่า ลืมแล้ว

ศาลเจ้าที่อยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่น เอิ๊ก

มีพื้นแก้วมองลงไปเห็นข้างล่าง เด็กญี่ปุ่นก็โรคจิต ชอบมากระโดดกระทืบๆไอ้พื้นนี่กันซะเหลือเกิน

No Comment ข้ามๆไปก็ได้ครับภาพนี้ :P ความจริงเหตุผลที่ผมเลือกมาวัดอาซาคุสะกับโตเกียวทาวเวอร์ทั้งๆที่เคยมาหลายรอบแล้วก็เพราะนี่และครับ มาดูเด็กนักเรียนที่มาทัศนศึกษากันนั่นเอง :P

เผลอเดินๆนั่งๆตากแอร์แป๊บเดียวก็บ่ายสองซะแล้ว ก็เลยลงจากหอแล้วเดินไปขึ้นรถไฟที่สถานีฮามามัตสึโจไปอุเอโนะ เอากระเป๋าจากล็อกเกอร์ที่ยัดไว้ เดินไปสถานีสกายไลเนอร์ แต่พลาดครับ รถไฟเที่ยวก่อนหน้าคือ 14.40 น. เที่ยวถัดไปคือ 15.20 น. มาช้าไป 5 นาทีเอง ต้องรออีกครึ่งชม.แหนะ T-T

ก็ซื้อตั๋ว รอจนรถไฟมา มุ่งหน้าไปนาริตะ เพื่อเหิรฟ้ากลับกรุงเทพ จบทริปสั้นๆกันแค่นี้ครับ

ค่าใช้จ่ายวันนี้

- ค่ารถไฟ JR โยโยงิ --> อุเอโนะ 160 เยน (ประมาณ 54 บาท)
- ค่าล็อกเกอร์ 500 เยน (ประมาณ 167 บาท)
- Pocari Sweat ที่จำใจกดเพื่อแตกเหรียญ 500 เยนมาหยอดล็อกเกอร์ 150 เยน (ประมาณ 50 บาท)
- ค่ารถไฟใต้ดินโตเอย์สายกินซ่า อุเอโนะ --> อาซาคุสะ 210 เยน (ประมาณ 70 บาท)
- คัตสึด้งเซ็ต 630 เยน (ประมาณ 210 บาท)
- ค่ารถไฟใต้ดินโตเอย์สายอาซาคุสะ อาซาคุสะ --> ไดมง 160 เยน (ประมาณ 54 บาท)
- ค่าตั๋วขึ้นชั้นชมวิวโตเกียวทาวเวอร์ 820 เยน (ประมาณ 274 บาท)
- ค่ารถไฟ JR ฮามามัตสึโจ --> อุเอโนะ 160 เยน (ประมาณ 54 บาท)
- โค้กกระป๋องยาวปริมาตรครึ่งลิตร 120 เยน (ประมาณ 40 บาท)
- ค่ารถไฟ Skyliner ไปนาริตะ 1920 เยน (ประมาณ 640 บาท)

รวม 4830 เยน (ประมาณ 1613 บาท)

สรุปแล้วงานนี้ 4 วัน 3 คืน ใช้งบทั้งสิ้น 27335 เยน หรือประมาณ 9300 บาท บวกค่าเครื่องบินอีก 19900 บาท และค่ากิเลสตัณหาอีก 5750 เยนหรือประมาณ 1955 บาท ถามว่าคุ้มมั้ย ถ้าในเรื่องของเงินล่ะก็ ไม่คุ้มแน่ๆครับ ค่าตั๋วแพงกว่างบเดินทาง+ที่พัก+กินตั้ง 2 เท่า เรื่องเวลาก็ยังไม่ค่อยคุ้มนัก มีเดินฆ่าเวลาไร้จุดหมายอยู่พอสมควร แต่ถ้าในด้านความรู้สึกพึงพอใจ งานนี้ผมแฮปปี้เต็มที่ครับ แค่ทัวร์เมดคาเฟ่วันที่ 3 วันเดียวก็อิ่มใจแล้ว

ปกติเขาจะต้องภูมิใจกันใช่ไหมเนี่ย ที่เก็บเงินมาเที่ยวแบบนี้ได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเองโดยไม่พึ่งเงินพ่อแม่เลย (ถึงจะมีเงินบางส่วนมาจากแต๊ะเอียก็เถอะ) แต่ผมกลับรู้สึกเฉยๆแฮะ ^^;;

ขอขอบคุณ :
- ท่านพ่อ สำหรับการไปส่งที่สนามบินตอนขาไป
- ท่านแม่ ที่ช่วยเป็นธุระเรื่องตั๋วเครื่องบิน แลกเงิน และจดหมายรับรองการทำงานของผู้ปกครองตอนยื่นขอวีซ่า
- ญาติๆ สำหรับแต๊ะเอียเมื่อตรุษจีน บางส่วนของงบเดินทางในครั้งนี้
- สยามอินเตอร์คอมิกส์ สำหรับค่าจ้างแปลการ์ตูน ที่มาของงบเดินทางส่วนใหญ่ในครั้งนี้
- มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สำหรับจดหมายรับรองสถานภาพนิสิต ที่ออกเร็วเหลือหลาย นั่งรอรับได้เลย ดีกว่าตอนไปขอวีซ่าไปเรียนที่อังกฤษเยอะเลย
- สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย สำหรับวีซ่าเข้าประเทศ และการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยวสำหรับนักศึกษาป.ตรีในกลุ่มประเทศอาเซียน
- สมาคมบ้านเยาวชนแห่งประเทศไทย สำหรับการทำบัตรสมาชิก International Youth Hostels Association ช่วยประหยัดไปได้พันบาทเศษๆ
- สายการบิน North West สำหรับเที่ยวบินที่ใช้เดินทาง ความจริงเงินยังเหลืออีกหกพันกว่าเยน ถ้าไม่เรื่องมากเลื่อนเที่ยวบินแล้วเสียเงินเพิ่ม ผมจะอยู่ต่ออีกวันแล้วนะน่ะ
- สนามบินนานาชาติกรุงเทพดอนเมือง
- สนามบินโตเกียวนาริตะ
- Tokyo Yoyogi Youth Hostel สำหรับที่พักราคาถูก ถูกกว่าไปพักโรงแรมตั้งครึ่งแหนะ
- Japan Railway, Keisei, Toei สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟในโตเกียวที่สะดวกสบาย
- เลเยอร์ในงาน Layers Paradise ทุกท่านที่ยอมให้ถ่ายภาพ และท่านที่มาขอถ่ายรูปผม
- ร้าน Tora no Ana สำหรับ Drama CD Alice Quartet สองแผ่นสุดท้ายที่มีครบเลย ไม่ต้องไปเดินหาร้านอื่นอีก
- ร้าน Hiyokoya และมิยาบิซัง สำหรับคาลัวร์มิลค์อร่อยๆและการถ่ายภาพ
- ร้าน JAM AKIHABARA สำหรับกาแฟเย็นและเลเยอร์เค้กอร่อยๆ
- ร้าน Mailish และริเอะซัง สำหรับเอิร์ลเกรย์ชิฟฟอนเค้กและคาเฟโอเล่ต์เย็นอร่อยๆ
- ร้าน Cure Maid Cafe สำหรับสตรอเบอรี่ชอร์ทเค้กที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินเค้กมาและชา Cure Rose กลิ่นหอมสดชื่น
- ร้าน Cos-Cha สำหรับช็อคโกแลตเค้กกับเอสเปรสโซ่และบริการน่ารักๆ
- ร้าน Pinafore สำหรับสปาเก็ตตี้คาลโบนาร่าอร่อยๆและโค้กเย็นๆ
- ศาลเจ้าเมจิ
- วัดอาซาคุสะ
- โตเกียวทาวเวอร์
- ร้านโยชิโนะยะ, Curry Times, และร้านคัตสึด้งหน้าวัดอาซาคุสะ (ผมจำชื่อร้านไม่ได้ ขออภัย) ที่ผมไปฝากท้องไว้
- ขาทั้งสองข้างของตัวเอง ที่อดทนยืนๆเดินๆได้ตลอดทั้งสี่วัน ทั้งที่บางเวลาเมื่อยจะตายชักแล้ว...
- ทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่านบันทึกการเดินทางขี้เห่อฉบับนี้ตลอด 4 เอนทรี่ ทั้งที่ทิ้งและไม่ทิ้งคอมเมนต์ไว้ :P

แล้วปีหน้าจะไปแบบนี้อีกให้ได้ คราวนี้เปลี่ยนไปแถบคันไซบ้างดีกว่า อยากตะลุยของกินที่โอซาก้า ขนมญี่ปุ่นที่เกียวโต แล้วค่อยขึ้นโตเกียวกลับมาเมดคาเฟ่ทั้ง 6 ร้านนี้อีก

PS.

ไปเกะกันเถอะ !!

Comment

Comment:

Tweet


งานนี้ไม่ค่อยมีแป๊กสินะ เหอๆๆ แสดงว่าวางแผนไปดี
อยากไปเองแบบนี้เป็นมั้งจัง..
#4 by Ellebazi At 2006-06-05 12:44,
โอ แต่ก็ถือว่าควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีจริงๆค่ะ ^^b
ตอนที่เราไป ช่วงเดียวกันนี่ เรากับเพื่อนแวะไปหาเพื่อนที่โอซ้าก้าด้วย แต่นั่งบัสไป1คืน เกะโตรุ่ง1คืน แล้วก็นั่งบัสกลับ 1 คืน ระหว่างนั้นก็เที่ยงเกียวโต โอซ้าก้า โกเบค่ะ ทริปมหาโหดมาก ที่เหลืออีกสองวันอยู่โตเกียวก็พาเพื่อนไปลุยแหล่งโอตาคุค่ะ เราก็จดไดอารี่นะคะแต่ไม่ได้เขียนค่าใช้จ่ายได้ละเอียดเหมือนคุณรูน
#3 by mikan At 2006-06-04 00:27,
Big Echo เค้าหรูหราจริงๆ
#2 by SweetPuff At 2006-06-03 20:20,
อาห์ ไล่อ่านจนครบ 4 วันสักที
เสียดายจัง นี่ถ้าได้ไปด้วยละก็นะ
#1 by มิตสึกิ At 2006-06-03 20:07,
Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.