2007/May/27

ของเก่าปีที่แล้ว
- Day 1
- Day 2
- Day 3
- Day 4

Day 1 : 21 พ.ค. - โอซาก้า-เกียวโต

ล้อแตะพื้นที่สนามบินคันไซ โอซาก้าตอน 6.35 น.ตามเวลาประเทศญี่ปุ่นครับ เดินทางงวดนี้มีกระเป๋าสองใบ เป้แบกขึ้นหลังใบ สะพายข้างอีกใบ แบบนี้ก็สะดวกดี การไม่ต้องไปยืนรอรับกระเป๋าจากสายพานช่วยให้ประหยัดเวลาได้โขเลย

ออกมาถึงสถานีท่าอากาศยานคันไซแล้วก็เอา JR Pass Exchange ไปแลกเป็น JR Pass สำหรับใช้ผ่านขึ้นรถไฟ

ตั๋ว Ordinary ทั่วประเทศ ใช้ขึ้นรถไฟของ JR ตู้ธรรมดาได้ทุกสายยกเว้นชินคันเซ็นโนโซมิ

ก็ใช้ตั๋วนี่แหละ ขึ้นรถไฟเข้าเมืองโอซาก้าที่สถานีเทนโนจิ แล้วต่อรถไฟสาย Osaka Loop Line ที่วิ่งวนรอบเมืองเหมือนสายยามาโนเตะของโตเกียว ไปลงที่สถานีชินอิมามิยะ เดินไปราวๆ 5-6 นาทีก็จะถึงโรงแรมที่พักสำหรับคืนนี้

โรงแรมไรซัน เป็น Business Hotel ราคาห้องเดี่ยว 2100 เยนต่อคืน (ประมาณ 609 บาท)

สภาพห้อง มีแค่พื้นที่ให้วางฟูกนอนกับทีวีหนึ่งเครื่อง แต่กว้างกว่าพวก Business Hotel ในโตเกียวอีกนะเออ

ข้อดี
- ถูก
- มีห้องอาบน้ำฝักบัวแยกต่างหากสำหรับคนที่ตะขิดตะขวงใจกับการอาบน้ำรวม
- มีผ้าเช็ดตัว แปรงสีฟัน ยาสีฟันพร้อม ถ้าไม่คิดอะไรมาก ในห้องอาบน้ำมีสบู่เหลวกับแชมพูให้ใช้ด้วย

ข้อเสีย
- สภาพห้องสมราคา
- ห้องส้วมแต่ละชั้นดูไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่

เช็คอินเอาสัมภาระเข้าเก็บเรียบร้อยก็ได้เวลาเที่ยว เดินกลับไปสถานีชินอิมามิยะ นั่งรถไฟไปลงสถานีโอซาก้าเพื่อเปลี่ยนรถไปสถานีชินโอซาก้า

รถไฟชินคันเซ็น พาหนะสำคัญสำหรับการเดินทางช่วงสองวันแรกนี้

จากสถานีชินโอซาก้าไปสถานีเกียวโต โดยรถไฟชินคันเซ็นใช้เวลาราวๆ 20 นาที

เกียวโตทาวเวอร์ หน้าสถานีเกียวโต

มาถึงแล้วก็ซื้อบัตร City Bus One Day Pass ก่อนเป็นอันดับแรก

ราคา 500 เยน (ประมาณ 145 บาท)ใช้ขึ้นรถซิตี้บัสกี่เที่ยวก็ได้ ในขณะที่ปกติขึ้นทีก็เสีย 220 เยน (ประมาณ 64 บาท)

ได้บัตรพร้อมแผนที่เมืองเกียวโตแล้วก็ขึ้นรถบัสที่ท่ารถหน้าสถานี ตรงไปวิหารเฮอัน

ประตูทางเข้า

พอเข้าไปแล้วจะเห็นตัวอารามใหญ่อยู่ลิบๆ

เข้าใกล้เข้าไปอีกนิด

ข้างๆตัวอาราม

ในตัววัดมีน้ำพุรูปเสือ

มีน้ำพุรูปมังกร

มีมิโกะ :P

ที่ถนนหน้าวัด มีโทริอิยักษ์สีแดงเด่นเป็นสง่าเห็นมาแต่ไกล

ต่อจากวิหารเฮอัน ก็ไปวัดเงินกิงคาคุจิต่อ

ลงรถบัสแล้วเดินไปตามเส้นทางสายนักปราชญ์

นักปราชญ์ ? :P

จริงๆที่มาที่นี่ ไม่ได้สนใจจะดูวัดอะไรกับเขาหรอก แต่ที่มาที่นี่ก็เพื่อ...

กิน*

กิน** !

กิน(ฟรี)*** !!

กิน(ฟรี)*** !!!

และกิน**** !!!!

ส่วนอันนี้ไม่กล้ากิน...

* = ซอฟท์ครีมชาเขียว กลิ่นชาหอมกำลังดี ไม่แรงจนฉุนกึกเหมือนไอติมชาเขียวบ้านเรา
** = ข้าวหน้าไก่กับไข่โอยาโกะด้ง ที่เรียกข้าวหน้าแม่ลูก (โอยาโกะ) เพราะแม่ = ไก่ ลูก = ไข่ นั่นเอง ถ้าเป็นข้าวหน้าเนื้อกับไข่ จะเรียก ทันนินด้งหรือข้าวหน้าคนอื่นคนไกล
*** = ยัทสึฮาชิสด กองไว้ให้ชิมฟรี เลยชิมมันซะทุกรส รสละสองสามอัน ก่อนจะซื้อมาสามแพ็ค
**** = แฟนต้าปั่นรสบลูไอซ์

อันนี้ยัทสึฮาชิสดที่ซื้อมา

รสช็อคโกบานาน่า รสสตรอเบอรี่ และรสโมโมะ

มาเกียวโต ไม่มีของฝากอะไรดีไปกว่าเจ้าเหมียวคิตตี้อีกแล้ว ขายมันแทบทุกร้าน แถมมีหลายแบบมากๆ...

จากวัดเงินกิงคาคุจิ นั่งรถบัสไปอีกหน่อยหนึ่ง ก็จะถึงที่หมายต่อไป

Ryokujuan Shimizu ร้านคอมเปย์โตขึ้นชื่อ พอเลี้ยวเข้ามาในซอยที่มีร้านนี้ จะได้กลิ่นหอมหวานลอยตลบอบอวล ซึ่งมีที่มาจากร้านนี้นี่เอง

Konpeitou เดิมเป็นขนมของโปรตุเกส เข้ามาในญี่ปุ่นเมื่อปี 1546 ทำโดยใช้แป้งที่บดละเอียดเป็นแกน นำไปเคลือบน้ำตาลซ้ำๆในหม้อที่หมุนได้เป็นเวลาสองอาทิตย์ จนได้เป็นเม็ดรูปร่างตะปุ่มตะป่ำออกมา คอมเปย์โตเป็นขนมที่ทนทานมาก สามารถเก็บไว้ได้เป็นสิบๆปีโดยไม่ขึ้นรา ไม่ละลาย และยังกินได้ ถึงอมในปากก็ไม่ละลาย แต่พอใช้ฟันขบให้แตก รสหวานของน้ำตาลและกลิ่นที่แต่งไว้จะกระจายไปทั่วปาก

ก็ซื้อมาสามถุงครับ เป็นรสวานิลลาซะสอง รสส้มอีกหนึ่ง จริงๆกะจะซื้อรสอื่น แต่ทั้งร้านเหลืออยู่แค่นี้ รสส้มนี่เพิ่งเสร็จออกมาสดๆเลยด้วย ฝากไว้ก่อน ปีหน้าจะมาล้างแค้น...

ที่หมายต่อไป วัดเรียวอันจิ จริงๆวัดนี้ไม่ได้อยู่ในแผนแต่แรก แถมอยู่กันคนละมุมเมืองกับที่เที่ยวที่วางแผนไว้ แต่คิดว่าไหนๆก็ไหนๆแล้ว ไปก็ไปฟะ แถมแทนที่จะนั่งรถตัดตรงข้ามเมืองจากตะวันออกไปตะวันตก ดันไปเชื่อแผนที่เส้นทางเดินรถว่าให้เปลี่ยนสายรถที่นั่นที่นี่ กลายเป็นนั่งวนรอบเมืองให้เสียเวลาเล่นซะอีก -_-;;

ค่าเข้าวัดเรียวอันจิ 500 เยนครับ (ประมาณ 145 บาท)

สถานที่ขึ้นชื่อของวัดเรียวอันจิ สวนหินนิกายเซน

เคยดูรายการสารคดี เห็นวิธีทำสวนนี้อยู่ทีนึง ทุกวันจะมีพระมาใช้คราดลากจนเป็นลายอย่างที่เห็น บริเวณหินก็ทำเป็นเหมือนวงน้ำกระเพื่อม เป็นการฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง เพราะการลากคราดให้ได้ลวดลายแบบนี้ต้องลากช้าๆ ใช้แรงให้สม่ำเสมอตลอดแนว จะกดคราดสุดแรงเลยก็ไม่ได้ ถ้าไม่มีสมาธิและสติอยู่ตลอดเวลาเป็นอันเจ๊งแน่ๆ

พอออกจากสวนหินมาก็เดินไปตามทางที่เขาจัดไว้ซึ่งจะวนไปยังทางออก

ระหว่างทางก็จะมีสวน

ทะเลสาบกลางวัด

ออกจากวัดเรียวอันจิ ดูนาฬิกาเห็นว่าเย็นมากแล้ว ต้องรีบบึ่งไปวัดคิโยมิซุก่อนที่เขาจะปิดไม่ให้เข้า นั่งรถบัสอ้อมเมืองกันอีกแล้ว

พยายามสุดชีวิตแล้ว แทบจะวิ่งขึ้นเนินชันเกือบ 45 องศาที่ทอดไปถึงวัดกันเลย แต่ก็ยังไม่ทันอยู่ดี เปิดถึงแค่ 6 โมงเย็น มาช้าไปสิบนาที เลยได้แต่ถ่ายภาพด้านหน้าวัด T-T

แล้วปีหน้าจะมาล้างแค้น (อีกแล้ว)

วัดคิโยมิซุนี้เป็นสถานที่แห่งเดียวในญี่ปุ่นที่เข้าถึงรอบสุดท้ายของการคัดเลือก 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอันใหม่ ตอนนี้เลยกำลังมีแคมเปญรณรงค์ให้ชาวญี่ปุ่นร่วมกันโหวตให้วัดได้ผ่านการคัดเลือก พี่ไทยเราสนใจจะช่วยกันดันให้จตุคามรามเทพเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกมั่งไหมครับ ขอเพียงมีจตุคามฯ ฝุ่นสะท้อนแสงหรือแสงส่องลอดเมฆก็นับเป็นปาฏิหาริย์ได้ หึๆ...

จบทริปเกียวโต นั่งรถบัสกลับสถานีเกียวโตเพื่อนั่งชินคันเซ็นกลับไปโอซาก้า

ซิตี้บัสของเกียวโตนี้ใช้น้ำมันไบโอดีเซลที่ได้มาจากน้ำมันที่ใช้ทำกับข้าวตามครัวเรือน

กลับมาถึงโอซาก้าได้ก็มุ่งตรงไปร้านราเม็งที่เลือกไว้เป็นมื้อเย็นสำหรับวันนี้เลยครับ

คลำทางตามแผนที่อยู่พักหนึ่งก็มาถึงแล้ว ร้าน Ippudo เป็นราเม็งฮาคาตะ น้ำซุปกระดูกหมู มีสาขาอยู่ทั่วญี่ปุ่น

คนต่อคิวกันยาวเหยียด นี่สั้นลงมาเยอะแล้ว ตอนผมไปต่อท้าย แถวยาวกว่านี้ได้ซักสองสามเท่า ต่อแถวอยู่พักหนึ่งก็ได้เข้าร้าน

ตรงที่นั่งจะมีผักดองรสเผ็ดให้คีบกินได้ฟรี และมีกระเทียมสดๆ (สดจริง เป็นหัวๆเลย) กับงาให้บดใส่ในราเม็งเพื่อเพิ่มรสชาติ

แล้วก็สั่งชามแรก Akamaru แบบนี้เขาจะใส่น้ำมันที่ได้จากการเคี่ยวหมูชาชูมาให้เพื่อความเข้มข้นของซุปทงคตสึ (not ทงคัตสึ = หมูทอด)

เส้น : เส้นเล็กเรียวตรง เข้ากับน้ำซุปได้ดี เลือกได้ว่าจะเอาเส้น Katame แข็ง หรือ Yawarakame นุ่ม
ซุป : ซุปกระดูกหมูเข้มข้นหอมมัน แต่ไม่ควรพยายามจะซดแต่ซุปโดยไม่กินเส้นควบไปด้วย เพราะมันจะเลี่ยนสุดๆ ถ้ากินเส้นหมดแล้วแต่ซุปยังเหลือ ก็สั่งเส้นเพิ่มได้
หมูชาชู : ทีเด็ดของชามเลยครับ หมูเปื่อยนุ่ม ชั้นไขมันละลายในปาก ส่งกลิ่นหอมของซีอิ๊วและความอร่อยแผ่กระจายไปทั่วปาก d[~>_<]b

แล้วก็ต่อชามที่สอง Shiromaru อันนี้เป็นรสดั้งเดิมของทางร้าน ถ้า Akamaru มีจุดเด่นที่ความเข้มข้นหอมหวลจากน้ำมันที่ใส่เพิ่มมา Shiromaru ก็มีดีที่ความสดชื่นของซุป ได้รสกระดูกหมูแท้ๆ เหมาะจะกินล้างปากหลังจบ Akamaru ไปแล้วมากๆ หมูชาชูของ Shiromaru จะเป็นเนื้อหมูธรรมดา ไม่ได้ใช้หมูสามชั้นเหมือน Akamaru ถึงจะไม่มีชั้นไขมันมาละลายในปาก แต่รสชาติส่วนที่เป็นเนื้อก็ไม่ด้อยกว่ากันเลย

ถึงจะอร่อย แต่ใครที่แพ้ของมันๆอาจจะเอียนเลี่ยนกับราเม็งร้านนี้ได้ครับ ซุปมันข้นจริงๆนะ แต่ใครที่ชอบแนวนี้ แนะนำเลยครับ

กินไปสองชาม แทบลุกจากที่นั่งไม่ไหว เกือบจะกลิ้งแทนเดินกลับสถานีซะแล้ว

เกี๊ยวซ่าสเตเดี้ยมอยู่ใกล้ๆกันนั่นเอง หมายหัวไว้ก่อน พรุ่งนี้เจอกัน

กลับถึงที่พักก็อาบน้ำแล้วออกไปเดินหาตู้โทรศัพท์โทรกลับบ้าน

แล้วก็แวะซื้อนี่มาเป็นมื้อดึก พุดดิ้งนมกับโกโก้เย็น (ได้ข่าวว่าเมื่อกี้เพิ่งซัดราเม็งไปสองชามใหญ่...)

สรุปค่าใช้จ่ายครับ 10693 เยน (ประมาณ 3101 บาท) ของวันนี้ แยกเป็น
- ค่าที่พัก Raizan Hotel 2 คืน 4200 เยน (ประมาณ 1218 บาท)
- ตั๋ว 1 Day Pass 500 เยน (ประมาณ 145 บาท)
- ซอฟท์ครีมชาเขียว 150 เยน (ประมาณ44 บาท)
- โอยาโกะด้ง 700 เยน (ประมาณ203 บาท)
- ยัทสึฮาชิ 3 แพ็ค 750 เยน (ประมาณ218 บาท)
- แฟนต้าปั่น 200 เยน (ประมาณ58 บาท)
- คอมเปย์โต 3 ถุง 1512 เยน (ประมาณ439 บาท)
- ค่าเข้าวัดเรียวอันจิ 500 เยน (ประมาณ145 บาท)
- อิปปูโด อากามารุ 750 เยน (ประมาณ218 บาท) ชิโรมารุ 650 เยน (ประมาณ189 บาท) รวม 1400 เยน (ประมาณ406 บาท)
- ที่เหลือก็กดน้ำจากตู้ขายอัตโนมัติ แล้วก็พุดดิ้งกับโกโก้ รวม 631 เยน (ประมาณ183 บาท)

ข้อคิด

- พึงระวัง แผนที่ในญี่ปุ่นบางทีมันก็ไม่ได้วางตามแนวเหนือ-ใต้เสมอไป โปรดเช็คให้แน่ใจว่าทิศไหนเป็นทิศไหน...

ยาวนะเนี่ย ตอนเริ่มพิมพ์ยังนึกๆอยู่ว่าจะพิมพ์อะไรมั่งดี สุดท้ายออกมายาวเหยียดเลย

Next: Day 2 - โอซาก้า-โกเบ-ฮิเมจิ

Edited : เพิ่มแปลค่าเงินจากเยนเป็นบาท


edit @ 2007/05/27 15:13:03

Comment

Comment:

Tweet


ขอบคูณมากครับ
#11 by ILL At 2007-05-28 01:26,
#9
น่าจะพอครับ งานนี้ผมไป 5 วันหมดไปประมาณ 9300 ไม่รวมค่าช็อปปิ้ง บวกตั๋วเครื่องบินกับ JR Pass อีก 30900 ก็สี่หมื่นเศษๆ ถ้าพักที่พักถูกๆไม่เกินคืนละ 4-5000 เยน เดินทางด้วย JR Pass ก็น่าจะพอ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับค่าเงินและค่าตั๋วเครื่องบิน ณ เวลานั้นๆด้วย
#10 by Rune At 2007-05-28 00:14,
รบกวนขอถามนิดนึงนะครับ
ถ้าเกิดผมอยากไป โอซาก้า-โตเกียว รวมหมดซัก 7 วัน มีเงิน 50,000 พอมั้ยครับ รบกวนตอบด้วยนะครับ ขอบคุณค้าบ
#9 by ILL At 2007-05-27 23:46,
#5

Edit เทียบให้แล้วนะน่อ ใช้เรท .29 เพราะตอนแลกเงินไปมันเรทเท่านี้

#7
ที่พักถูกๆ โอซาก้าก็ยังแนะนำที่ Raizan นี่แล มี Lady Floor ด้วย เพียงแต่ถ้าไปเป็นกลุ่มแล้วกลางคืนอยากมาสุมหัวรวมกันอาจจะลำบากนิดนึง ห้องมันเล็กมาก ^^;; ส่วนโตเกียวก็แนะนำพวก Youth Hostel ลองดูก่อนก็ได้ว่าจะพักที่ย่านไหน ไปช่วงสงกรานต์นี่จองนู่นนี่ไว้แต่เนิ่นๆซักครึ่งปีเลยก็ดีนะ
#8 by Rune At 2007-05-27 23:17,
สวนสวยมากๆเลย สวนหิน สวนต้นไม้
ออกับแก๊งจะไปสงกรานต์ปีหน้าแหละ
พี่รูนช่วยแนะนำที่พักที่โอเค ราคาโอเค ไม่เกิน4000เยน ให้หน่อยสิคะ
ตอนนี้ยังไม่แน่ว่าจะอยู่ในโตเกียว หรือว่าจะไปโอซาก้ากันดี
#7 by SweetPuff At 2007-05-27 19:03,
รู้สึกว่าจะใช้เวลา 1 วันได้คุ้มสุดๆ เลยแฮะ ยอดเยี่ยมจริงๆ ^ ^)b

สนุกสินะๆๆๆ
#6 by Choco At 2007-05-27 17:49,
วัดที่นั่นน่าไปจัง แล้วทำไมเกียวโตถึงมีแต่คิตตี้อ่ะ

ว่าแต่...ค่าใช้จ่ายรบกวนเทียบเป็นสกุลเงินไทยหน่อยจิ
#5 by tenrei At 2007-05-27 17:01,
อ่อ... เขาเรียกว่าคอมเปย์โตนี่เอง ไอ้ขนมแบบนี้
#4 by Angel13th At 2007-05-27 14:01,
โห่ยเป็นการเดินทางที่น่าสนุกชะมัด
#3 by Ellebazi At 2007-05-27 13:01,
สุดยอด อยากไปจัง ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปให้ได้
#2 by ทากน้อย At 2007-05-27 12:54,
Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.