Day 4 : 24 พ.ค. - เมดคาเฟ่ทัวร์ @ อากิฮาบาระ
เอาสั้นๆแล้วกัน มันก็เหมือนปีที่แล้วอ่ะ ในร้านเขาไม่ให้ถ่ายภาพด้วย อย่าพยายามแอบเลยเนอะ ^^;;
ตื่นเช้าไปเดินเล่นที่ศาลเจ้าเมจิก่อน แล้วก็เดินทะลุไปออกฮาราจูกุ นั่งรถไฟไปอากิฮาบาระ มาถึงเช้าไปหน่อย ร้านรวงยังไม่ค่อยเปิดเลย เลยไปเดินชั้น 1 Gamers ที่เปิดเช้ากว่าเพื่อนก่อน
ข้อมูลร้านส่วนของที่ตั้งกับเวลาเปิดปิดร้าน ดูได้ที่ของปีที่แล้วครับ ลิงค์อยู่ที่ Recomended มีของ Pinafore ร้านเดียวที่เดี๋ยวนี้วันธรรมดาเปิดตั้งแต่ 11.00 เหมือนวันหยุดแล้ว
11.30 - Pinafore มานั่งกินบลันช์ที่นี่ ได้เจอมายูมิซังแล้ว \[ - -]/
แอบนินทา ใต้กระโปรงชุดเมดที่นี่เป็นกางเกงในฟักทองล่ะ ของคุลาล่าซังเป็นสีชมพู ส่วนของสุซุซังเป็นสีดำ ไม่ได้ไปแอบดูอะไรหรอก แต่กระโปรงของคุลาล่าซังสั้นซะจนน่ากลัว ก้มเสิร์ฟอาหารทีก็เห็นแล้ว
12.30 - Jam Akihabara จากมื้อเช้าควบเที่ยงก็มาล้างปากด้วยของหวาน สั่งเค้กเซ็ตเป็นเค้กเชอร์รี่กับชาร้อน วันนี้เป็นวัน School Uniform ล่ะมั้ง เมดสามคนในร้านแต่งคอสเพลย์เครื่องแบบนักเรียนหมดเลย (คนนึงเพิ่งมาเปลี่ยนตอนท้ายๆ) แต่ผมว่าชุดมันทำให้ดูอ้วนอ่ะ...
13.30 - เดินช้อปปิ้งซื้อของ ได้มั่งไม่ได้มั่ง บางอย่างกว่าจะได้ก็ต้องวิ่งเข้าออกกันสามสี่ร้าน จะให้จบเป็น One Stop Shopping ไม่ได้เรอะ... ซื้อเสร็จก็เอาไปยัดในล็อคเกอร์ข้างในสถานี มี JR Pass ซะอย่าง นึกจะเดินเข้าออกยังไงก็ได้
ไม่รู้จะถ่ายอะไร รูปวันนี้เลยมีแต่เมดที่ยืนหน้าสถานี


สองคนนี้แจกใบปลิว

ส่วนคนนี้แจกแผนที่อากิฮาบาระ เท่าที่เห็นแว่บๆก็เหมือนของปีที่แล้ว ไว้ปีหน้าค่อยมาอัพเดทแล้วกัน

ป้ายวางตรงทีวีฉายเดโม SRWOG ล้อตอนก่อนเริ่ม OP ของ Lucky Star
15.30 - Cure Maid สั่งเค้กเซ็ตเป็นพิสทาชิโอเฟรสกับชา Cure Rest ชามหัศจรรย์แค่ได้กลิ่นก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เป็น Blend ของ Rose Red+Hibiscus+Rose Buds & Pink Petals+Raspberry Leaf+Banana Flavor
พิสทาชิโอมันมีแค่ผงพิสทาชิโอโรยหน้าแค่นี้อ่ะนะ แล้วที่เหลือเป็นชีสเค้ก ฮ่วย... แต่ก็อร่อยดีนะ อยากกิน Straberry Short Cake ของที่นี่อีกจัง อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินแล้ว
16.30 - Mailish เล็งมาตอนเวลานี้เพราะตอน 17.00 เป็นช่วงเปลี่ยนจากชุดเมดเป็นชุดคอสเพลย์ เอวานเกเลี่ยนเดินกันเต็มร้านอีกแล้ว... ที่นี่สั่งเค้กเซ็ต เป็นมิลค์เครปกับน้ำแอปเปิ้ล มิลค์เครปอร่อยโคตร~~~~~~ d[~>_<]b
17.30 - Cos-Cha วันนี้ไม่ประทับใจเท่าไหร่ Pound Cake เฉยๆ Chocola ร้อนก็เฉยๆ แย่จัง...
18.30 - Hiyokoya กินของหวานมาทั้งวัน เปลี่ยนบรรยากาศมาจิบแอลกอฮอล์บ้าง กินแกล้มกับไส้กรอกทอด ชุด 450 เยน (ประมาณ 131 บาท) ทำไมมันเยอะอิ่มอืดขนาดนั้น... วันนี้ไม่เจอมิยาบิซังอ่ะ เสียดาย T-T (ใครเล่นมุขมิยาบิแช่งหมดสมรรถภาพทางเพศจริงๆนะเออ...) เอ้อ ตกลงค่าเข้าร้าน 500 เยน (ประมาณ 145 บาท) นั่นมีเฉพาะตอนเป็นร้านโหมดร้านเหล้าจริงๆด้วย
สรุปผลได้ว่าตารางเวลาอันนี้เวิร์ค ได้เข้าทุกร้านโดยไม่ต้องรอคิว ขอแค่ไม่ใช่วันจันทร์ (ฮิโยโกะยะปิด) วันอังคาร (Mailish เป็น Maid Day ไม่ได้เห็นเมดในชุดคอสเพลย์) หรือวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็พอ
จบรายการทัวร์ กลับที่พักไปอาบน้ำนอน มัวแต่เขียนนู่นคิดนี่เพลินไปหน่อย โดนฝรั่งตัดหน้าอาบน้ำตอนก่อนหมดเวลา ต้องแอบไปอาบหลังหมดเวลาอาบแล้ว
สรุปค่าใช้จ่าย ของวันนี้ 12835 เยน (ประมาณ 3723 บาท)
- Pinafore 800 เยน (ประมาณ 232 บาท)
- Jam Akihabara 800 เยน (ประมาณ 232 บาท)
- Cure Maid 600 เยน (ประมาณ 174 บาท)
- Mailish 892 เยน (ประมาณ 259 บาท)
- Cos-Cha 1180 เยน (ประมาณ 343 บาท)
- Hiyokoya 1430 เยน (ประมาณ 415 บาท)
- ค่าล็อคเกอร์ 300 เยน (ประมาณ87 บาท)
- ค่าน้ำขวดน้ำกระป๋องกินเล่นระหว่างเดิน 270 เยน (ประมาณ 79 บาท)
- และค่ากิเลสตัณหาอีก 6563 เยน(ประมาณ 1904 บาท)
พอมาถึงเข้าจริงๆแล้วมันไม่ค่อยเกิดอาการอยากได้ของเลยแฮะ แต่ตอนก่อนมาหรือตอนกลับเมืองไทยแล้วมันดันอยากได้ซะงั้น...
ข้อคิด
- ถ้าอยากได้โดจินเล่มไหน เห็นที่ร้านแล้ว จงซื้อ ณ ตอนนั้น ถ้ารอมาซื้อทีหลังก่อนกลับหรือหลังเสร็จธุระ มันอาจจะหายสาบสูญไปหมดทั้งกองเลยก็ได้...
------------
Day 5 : 25 พ.ค. - โตเกียว
ตื่นมาเจอทิวทัศน์ที่ไม่อยากเชื่อสายตา ฝนตกครับ... ทั้งที่สี่วันก่อนหน้าออกจะ Hare Hare Yukai พระอาทิตย์แผดแสงจ้าให้เหงื่อท่วมเวลาเดินซะขนาดนั้น รออีกซักครึ่งวันค่อยตกไม่ได้เรอะ
หลังจากเช็คเอาท์ก็เดินฝ่าฝนไปสถานีโยโยงิ นั่งรถไฟไปสถานีโตเกียวเพื่อเอาสัมภาระยัดล็อคเกอร์ กับจองรถ Narita Express เที่ยว 14.33 เพื่อไปสนามบิน (ยังไงก็ต้องจองที่นั่ง แม้จะมีบัตร JR Pass ก็ตาม แต่ใช้ JR Pass ขึ้นได้) แล้วไปอุเอโนะ หาร้านร้อยเยนซื้อร่มมากางเดินลุยฝน คราวนี้ซื้อจากร้านร้อยเยนเพราะจะได้ทิ้งไปเลย ไม่ต้องลำบากแบกกลับมาด้วยความเสียดาย


ลองไปเดินอาเมโยโกะดู ของที่ขายเป็นพวกเสื้อผ้า แว่นกันแดด นาฬิกา กระเป๋า ของสดของดอง ฯลฯ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการช็อปปิ้งแบบทั่วๆไป ไม่ได้เล็งสินค้าสายอากิบะหรือขนมของกินอย่างเราๆ หรือผมอาจจะไม่ทันเห็นเพราะรีบๆเดินด้วยอาการเซ็งฝน
เดินตามถนนอาเมโยโกะไปก็จะไปถึงสถานีโอคาจิมาจิ ก็เลยขึ้นรถไฟไปลงอิเคบุคุโระ เดินเล่นฆ่าเวลาต่อจนได้เวลาก็กลับไปสถานีโตเกียว ขึ้น Narita Express ไปสนามบินนาริตะ ส่วนร่มร้อยเยนก็แขวนทิ้งไว้ที่ชานชาลารถ Narita Express เสียดายนิดๆ แต่รอบนี้ถึงเอามาก็เอาขึ้นเครื่องไม่ได้ ไม่เหมือนปีที่แล้วที่หอบร่มของร้านสะดวกซื้อกลับมาด้วย

รูปสุดท้ายในญี่ปุ่น ถ่ายมาเพราะเดินในสถานีเห็นชุดเขาน่ารักดี พอเห็นรอรถไฟอยู่ชานชาลาตรงข้ามกันเลยซูมเข้าไปส่องมาซะ
ถ้าฝนไม่ตก วันนี้น่าจะเที่ยวสนุกกว่านี้+มีของฝากมาคนทางนี้บ้าง เซ็งชะมัด...
นินทา(อีกแล้ว) อาหารเช้ากับอาหารเย็นบนเครื่อง JAL ต่างกันราวฝ่ามือกับส้นเท้า ได้กินอาหารเย็นแล้วเสียดายเงินตอนเดินทางด้วยไฟลต์ที่เสิร์ฟอาหารเช้าตะหงิดๆ...
สรุปค่าใช้จ่าย วันสุดท้ายจ่ายไป 1335 เยน (ประมาณ 388 บาท)
- ร่ม 105 เยน (ประมาณ 31 บาท)
- กิวด้ง 380 เยน (ประมาณ 111 บาท)
- ค่าล็อคเกอร์ 300 เยน (ประมาณ 87 บาท)
- ที่เหลือเป็นค่ากินเล่น น้ำบ้าง ข้าวปั้นบ้างระหว่างรอเครื่องขึ้น 550 เยน (ประมาณ 160 บาท)
สรุปทั้งทริป ไม่นับค่ากิเลสแล้ว ตกประมาณ 40290 บาท เกินจากที่ตอนแรกพยายามจะไม่ให้เกิน 40000 มานิดหน่อย
- ค่าตั๋วเครื่องบิน+JR Pass เป็นแพ็คเกจ รวมแล้ว 23900+6000+1000 บวกTax กับค่าเดินทางคนเดียว เป็น 30900 บาท ราคาตั๋วอย่างเดียวช่วงเดียวกันนี้ถูกสุดอยู่ที่ 22050+6000 ถ้าคิดค่าตั๋วเต็ม JR Pass ก็ราวๆ 1900 แต่ถ้าคิดว่าจ่ายค่า JR Pass เต็ม 28300 เยน (ประมาณ 8207 บาท) ก็จะเหมือนได้ค่าตั๋วเครื่องบินในราคาประมาณ 15700 บาทไม่รวม Tax
- ค่าที่พักสี่คืน ประมาณ 2900 บาท
-ค่ากิน+เบ็ดเตล็ดอื่นๆ ประมาณ 6400 บาท
ไปเที่ยวนี้ผมติดใจ JR Pass ซะแล้วสิ มันสะดวกจริงๆนะ นึกจะไปไหน เปลี่ยนเส้นทางเปลี่ยนเวลาเดินทางยังไงก็ทำได้สบายๆ วิ่งเข้าออกสถานีได้เป็นว่าเล่น (ใช้เดินตัดผ่านสถานีได้ ในกรณีสถานีมันใหญ่มากๆแล้วเดินออกผิดทาง) หรือเวลาจะไปขึ้นรถไฟ มันเร็วกว่าไปซื้อตั๋วที่เครื่องแล้วเอามาสอดตรงที่สอดตั๋วเยอะเลย
Next : 2008 ฮิโรชิม่า-กิฟุ-โตเกียวเกมโชว์ (แล้วเมื่อไหร่เอ็งจะได้ขึ้นฮอกไกโดซะที...)
/me ปั่นงานหาเงินเที่ยวต่อ
PS. เอ่อ...ใครบอกผมได้บ้างว่า B Class กับ H Class ใน Economy Class ของ JAL นี่มันต่างอะไรกันยังไง ?
edit @ 2007/05/30 21:02:34
edit @ 2007/05/30 21:56:25
จะว่าไปอ่านแล้วก็เร็วจัง
หนนี้จะพยายามรีพอร์ทเต็มๆให้ได้ กว่าจะได้ไปก็เหนื่อยใจค่ะ มีปัญหาของคนอื่นให้คิดเพียบเลยเวลาไปกันเป็นกลุ่มเนี่ย เดินทางคนเดียวหรือสองคนน่ะสบายสุดแล้ว