เมื่อวันอังคารราวๆบ่ายสองเกิดนึกเฮี้ยนอะไรขึ้นมาก็ไม่ทราบ จู่ๆก็นึกขึ้นมาได้ว่าก่อนจะเริ่มงานวันจันทร์หน้านี่ ทำไมเราไม่ไปขอวีซ่าไว้ก่อนซะเลย ถ้าได้มาแล้วเกิดสบช่องให้ไปได้ ก็แค่ไปซื้อตั๋วเครื่องบิน ช่วงนี้โลว์ซีซั่น ยังไงก็มีที่ว่างอยู่แล้วด้วย (อ้างอิงจากเจ้าหน้าที่ Jalpak)
บ่ายสองกว่าๆเลยหอบเอกสารที่จำได้ว่าต้องใช้ส่วนของตัวเอง วิ่งไปธนาคารเพื่ออัพบุ๊ค แล้วเอาไปถ่ายเอกสาร กะว่าจะยื่นพร้อมจดหมายอธิบายลักษณะงาน (ฟรีแลนซ์ บริษัทไม่ออกจดหมายให้...) แทนที่จะเป็นจดหมายรับรองการทำงานของท่านแม่ที่ใช้ทุกที ถ้าไม่ผ่านหรือไม่รับยื่นก็ช่างมัน คิดซะว่าไม่มีบุญได้ไป แล้วก็ไปถ่ายรูป
...เตรียมการฉุกละหุกสุดๆ...
พอดีตอนกลับบ้านมา เข้าเว็บสถานทูตญี่ปุ่นเพราะจะปรินท์ใบคำร้อง (ปีที่แล้วมันไม่มีวางไว้ให้ ต้องไปขอจากเคาเตอร์ ปีนี้เลยขี้เกียจเสียเวลา) ก็ไปเจอว่าตั้งแต่เดือนมีนาคม หรือเมษายนหว่า... เอาเป็นว่าตอนนี้มันมีละกัน ทางสถานทูตญี่ปุ่นมีระเบียบการขอวีซ่าแบบใหม่เพิ่มขึ้นมา สำหรับ Shot-Term Repeater หรือผู้ที่เคยไปญี่ปุ่นครั้งล่าสุดไม่เกิน 15 วัน และต้องการจะไปครั้งถัดไปไม่เกิน 15 วันเช่นกัน จะได้รับยกเว้นไม่ต้องยื่นเอกสารบางอย่าง เหลือที่ต้องใช้แค่
1) พาสปอร์ตเล่มปัจจุบัน อายุใช้งานเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน หน้าว่างไม่ต่ำกว่า 2 หน้า (ใครมีเล่มเก่าก็หยิบเล่มเก่าไปด้วยเพื่อเครดิตที่ดี)
2) ใบคำร้องขอวีซ่า (ปีนี้ที่กงสุลมีบานตะไทเลย ปีที่แล้วต้องไปขอมาจากเคาเตอร์ ทำไมฟระ...)
3) แบบสอบถาม (อันนี้เพิ่งเคยเห็นปีนี้ ไม่มีอะไรมาก กาๆไปตามที่เขาถามมา)
4) จดหมายรับรองการทำงาน ถ้างานที่ทำออกจดหมายรับรองไม่ได้ (เช่น ฟรีแลนซ์) ก็เขียนเป็นจดหมายอธิบายลักษณะงานและรายได้ หรือถ้าไม่มีงานทำก็ยื่นบุ๊คธนาคาร
ฮู่ว...ดูเอกสารแล้วง่ายสุดๆ ทะเบียนบ้านก็ไม่ต้องใช้ ต่อให้ไม่มีงานทำก็ไม่ต้องใช้จดหมายรับรองการทำงานผู้อุปการะด้วย เข้าทางคนที่ติดปัญหาหาจดหมายรับรองการทำงานมาโชว์ไม่ได้แบบเราเลย แถมไปขอเงียบๆได้ไม่ต้องบอกคนที่บ้านให้โดนบ่น
อ่ะ วันพุธก็ไปยื่น เตรียมเอกสารไปเต็มสตรีมก่อน ทรานสคงทรานสคริปต์ ใบสอบวัดระดับอะไรก็เอาไปหมดเหมือนปีก่อนๆไว้กันเหนียว เพราะเห็นบางคนที่ยังไม่มีงานทำก็เอาพวกใบจบอะไรไปยื่นไว้ด้วย แต่ถึงเวลายื่นจริง นอกจาก 4 ข้อข้างต้นแล้ว เจ้าหน้าที่ก็คืนกลับมาให้หมด...
กลับบ้านมานอนรอสองวัน วันนี้ไปฟังผล ก็ผ่านฉลุย ได้วีซ่ามาเรียบร้อย \[ - -]/
สรุปแล้วระเบียบการใหม่นี่ ช่วยให้คนที่ไปญี่ปุ่นอยู่เรื่อยๆอยู่แล้วชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลย ขนาดเตรียมการ 4 ชั่วโมงเองนะเนี่ย (จริงๆแบบเก่ามันก็ไม่ได้ยากอย่างที่กลัวกันหรอกครับ แสดงให้เห็นว่าเราไม่มีเหตุผลต้องหลบหนีเข้าเมืองเขาก็พอ ไม่ต้องไปซิกแซกมาก)
ทีนี้ก็เหลือแค่ภาวนาให้อาทิตย์นั้นนายไม่อยู่ งานไม่เข้า แค่นั้นแล...
------------
สัพเพเหระช่วงนี้
- ได้งานทำแล้วครับ เป็นเด็กฝึกงานทำข้อมูลกับ Presentation ในโปรเจคท์ 2 เดือน ทำๆไปก่อน เสร็จสองเดือนนี้ผมว่าจะไปเป็นล่ามล่ะ งานสายเภสัชมันค่อนข้างงี่เง่าตรงการ Classified เรียนมา 5-6 ปี แต่ไม่มีกระดาษใบเดียวทำงานไม่ได้ ฮ่วย... ผมเข้าใจองค์กรที่ต้องการใบประกอบโรคศิลป์ในการเข้าไปทำงานนะ แต่ผมไม่เข้าใจองค์กรที่ทำให้การได้ใบประกอบโรคศิลป์มันยุ่งยากจนมีคนได้ใบแค่ 60% ว่ะครับ...
- ออฟฟิศอยู่เอ็มโพเรี่ยมครับ พักเที่ยงพักกลางวันใครจะนัดบริโภคอะไรตามเส้น BTS นี่นัดได้ตลอดครับ
- ช่วงนี้มีแต่เรื่องทำของพัง แจกันบ้านเพื่อนมั่งล่ะ ตู้ปลามั่งล่ะ โหลแก้วใส่ขนมมั่งล่ะ โฮ่ย...
- ช่วงนี้มีแต่เรื่องเสียเงิน ปกติผมไม่ชอบเสียเงินกับอะไรที่มองแล้วว่าไม่คุ้มหรือไม่ควรต้องเสีย อย่างตู้ปลาที่น่าจะใช้ได้เป็นปีดันมาแตกหลังใช้ไปได้ 5 เดือน รูปถ่ายราคา 150 บาทแล้วได้มาโหลนึงแต่ใช้จริงแค่ใบเดียว...
- จันทร์หน้าเริ่มงาน ซักวันพุธ-พฤหัสคงต้องเริ่มแย็ปๆนายแล้วว่าช่วงสัปดาห์ 14-18 จะเดินทางไปไหนรึเปล่า จะเดินทางวันที่ 11 ออกตั๋วอย่างช้าสุดก็ต้องวันที่ 4 ล่ะ...