2008/Sep/18

Previous : Japan Trip 2008 - Day2/1 : Hiroshima - Miyajima - Itsukushima Jinja 

หลังจากกลับมาถึงแผ่นดินใหญ่แล้ว ที่หมายต่อไปของเราคือสะพานคินไตครับ ก็เดินกลับไปสถานีมิยาจิม่างุจิ เพื่อนั่งรถไฟสาย JR ซันโยไปยังสถานีอิวาคุนิ แล้วต่อรถบัสจากตรงนั้น

เจ้าตุ่นปากเป็ด มาสค็อตของ Icoca ที่เป็นบัตรเติมเงินสำหรับจ่ายค่าบริการต่างๆ คล้ายๆสมาร์ทเพิร์สของบ้านเรา โดย Icoca จะเป็นบัตรของทางคันไซ มีมาสค็อตเป็นตุ่นปากเป็ด ส่วนทางคันโตจะมีบัตร Suica มีมาสค็อตเป็นเพนกวิน

เจ้าเพนกวิน Suica

ส่วนตัวนี้ Yaranaica

/me วิ่งหลบกระป๋องกับขวดน้ำ

ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็มาถึงสถานีอิวาคุนิล่ะครับ หลังจากนี้ก็ไปขึ้นรถบัสที่หน้าสถานี ซึ่งจะมีป้ายบอกเห็นชัดเจนว่ารถบัสที่มาจอดตรงไหนจะพาไปสะพานคินไต ค่ารถบัสก็ 240 เยนครับ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที

ถึงแล้ว สะพานคินไต

สะพานไม้ไร้ตะปูห้าโค้ง

สะพานคินไตนี้ได้ชื่อว่าเป็นสะพานที่สวยที่สุด 1 ใน 3 แห่งของญี่ปุ่น อีกสองแห่งคือสะพานซารุ และสะพานชินที่เมืองนิกโก้

ถ้าจะเดินข้ามสะพานไปฝั่งตรงข้ามต้องเสียค่าผ่านทาง 300 เยนด้วยครับ แต่ถ้าจะลงมาเดินริมแม่น้ำข้างล่างก็ฟรี

สะพานคินไตนี้เคยถูกพายุซัดพังไปสองครั้ง และเมื่อสร้างขึ้นใหม่เป็นครั้งที่สามจึงได้เสริมความแข็งแรงให้มากขึ้นกว่าเดิม

เอากันจริงๆ สะพานคินไตนี้อยู่ในเขตจังหวัดยามางุจิแล้วนะครับ ไม่ใช่ฮิโรชิม่า ผมเคยดูละครไทยเรื่องนึงแล้วขำแทบตาย พระเอกนางเอกบ้านอยู่ใจกลางเมืองฮิโรชิม่า แต่นัดเจอปรับความเข้าใจกันที่สะพานคินไต ให้อารมณ์บ้านอยู่กลางกรุงเทพทั้งคู่ แต่ไปนัดเจอกันแถวคลอง 16 นครนายกชะมัด เข้าใจแหละว่าอุตส่าห์ยกกองไปถ่ายได้ภาพสวยๆมาก็อยากโชว์ แต่ช่วยเขียนบทนึกถึงความเป็นจริงมั่งเถิด...

สาดรูปสะพานล่ะ

แม่น้ำ น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา

ผู้คนบนสะพาน

สะพานไม้ไร้ตะปู แต่ใช้เหล็กยึดมันซะเลย :P

อีกฟากจะเป็นร้านขายของ

และที่จอดรถครับ

วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่พยากรณ์อากาศก่อนผมจะมาญี่ปุ่นบอกว่าจะมีเมฆครึ้ม...

อืม...เมฆเยอะจริงๆ ครึ้มมาก [J -o-]J _I_I_

ที่นี่ก็ไม่มีอะไรแล้วครับ ที่ว่าไม่มีนี่หมายถึงไม่มีที่ให้นั่งพักหลบแดดด้วย ก็เลยขอตัวไปที่อื่นต่อดีกว่า

ก็เดินกลับไปขึ้นรถบัสที่ป้ายเดิม เพื่อไปยังสถานีชินอิวาคุนิ เสียค่ารถบัส 280 เยน ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

สถานีชินอิวาคุนิ นั่งรถไฟชินคันเซ็นสายโคดามะกลับไปยังสถานีฮิโรชิม่า

ถึงสถานีฮิโรชิม่าแล้วก็แวะกินข้าวเที่ยงกันหน่อย มื้อนี้เป็นกิวด้ง ร้านสุกิยะ เทียบกับของโยชิโนยะแล้วรสจะอ่อนกว่านิดหน่อย ร้านกิวโนยะที่สีลม กรุงเทพดูจะรสชาติใกล้เคียงกับที่นี่มากกว่าโยชิโนยะ

ไม่ถึงใจแฮะ เดี๋ยวต้องไปกินโยชิโนยะอีกซักที

สถานีฮิโรชิม่า

ก็ออกมาขึ้นรถรางประจำเมืองที่หน้าสถานี เพื่อไปยังสวนสันติภาพรำลึก Peace Memorial Park ครับ 150 เยน ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

ก็จะมาถึงสถานีหน้าเก็นบากุโดม

สวนสันติภาพรำลึกฮิโรชิม่า หรือ Peace Memorial Park

เดินเข้าไปในสวนสาธารณะ สิ่งแรกที่เราจะได้เห็นก็คือเก็นบากุโดมนี่แหละครับ

เก็นบากุโดม หรืออะตอมมิกบอมบ์โดม

อนุสรณ์สถานแห่งความโง่เขลาของมนุษย์

เดิมทีเป็นอาคารหอแสดงสินค้าฮิโรชิม่า ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

เปลี่ยนมาดูสภาพแวดล้อมภายในสวนกันบ้าง

ในสวนก็จะมีประติมากรรมที่เป็นอนุสรณ์รำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ระเบิดนิวเคลียร์ที่ฮิโรชิม่า

นกกระเรียนพันตัว

ระฆังแห่งสันติภาพ

อนุสาวรีย์ซาดาโกะ

ซาดาโกะ เด็กสาวที่เสียชีวิตด้วยโรคลูคิเมีย อันเป็นผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสีที่เธอได้รับจากระเบิดนิวเคลียร์ที่ถูกทิ้งลงยังฮิโรชิม่าเมื่อปี 1945

ตอนที่นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล เธอได้พับนกกระเรียนด้วยความเชื่อว่าถ้าพับได้ครบหนึ่งพันตัวจะหายจากโรคร้าย โดยเธอพับแข่งกับเพื่อนร่วมห้องพักอีกคน ในความเป็นจริง นกกระเรียนที่ซาดาโกะพับได้นั้นว่ากันว่ามีมากกว่า 1300 ตัว (ข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์สันติภาพรำลึกฮิโรชิม่า) บ้างก็ว่ามากกว่า 1500 ตัว แต่ในเรื่องเล่าที่แต่งขึ้นหลังจากนั้นมักจะบอกว่าเธอพับได้ไม่ครบหนึ่งพันตัว

บูทแสดงนกกระเรียนกระดาษจากฝีมือของเด็กๆที่ส่งมา มีมาจากต่างประเทศด้วย

เปลวเพลิงแห่งสันติภาพ ที่จะไม่มีวันดับจนกว่าอาวุธนิวเคลียร์จะหมดไปจากโลก

ทางเดินเลียบคูน้ำ

อาคารพิพิธภัณฑ์สันติภาพรำลึก

สองข้างทาง

 

บริเวณเคารพวิญญาณผู้เสียชีวิต

เดี๋ยวเราจะเข้าไปชมข้างในกันครับ เสียค่าผ่านประตู 50 เยนเท่านั้น

นาฬิกาที่หยุดเดินที่เวลา 8 นาฬิกา 15 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่ระเบิดนิวเคลียร์ถูกทิ้งลงยังฮิโรชิม่า

น่านฟ้าตรงนี้แหละ ที่ระเบิดนิวเคลียร์ที่ถูกทิ้งลงมาเกิดระเบิดขึ้น สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ในรัศมีหลายกิโลเมตร

มีบางตำนานก็เล่าว่าระเบิดนิวเคลียร์ไม่ได้ถูกทิ้งลงตรงนี้ แต่ถูกปัดมาจากดินแดนแถบสารขัณฑ์โดยฝีมือของนักบวชหญิงผู้หนึ่ง :P

ภาพถ่ายภาพแรกหลังเหตุระเบิด

แบบจำลองแสดงสภาพบ้านเมืองฮิโรชิม่า ก่อนและหลังการระเบิด

ภาพถ่ายฮิโรชิม่าที่ราบเป็นหน้ากลอง

เหตุการณ์ที่ถูกบันทึกลงในแบบเรียนวิชาประวัติศาสตร์ทั่วโลก (แอบจงใจถ่ายของไทย)

รถสามล้อถีบที่ไหม้เกรียม

ในพิพิธภัณฑ์จะจัดแสดงเอกสารทางทหารต่างๆของอเมริกาที่นำไปสู่การทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลงยังฮิโรชิม่า สภาพบ้านเมืองหลังเกิดการระเบิด ภาพวิดิโอ ข้าวของเสื้อผ้าของผู้เสียชีวิต ผลกระทบของระเบิดนิวเคลียร์ ทั้งจากการระเบิดและจากกัมมันตภาพรังสี และมุมบอกเล่าเรื่องราวจากผู้ประสบเหตุที่รอดชีวิต ผมไม่ค่อยได้ถ่ายรูปข้างในเท่าไหร่ เพราะของต่างๆดูน่ากลัวและชวนให้สลดใจไม่น้อยเลย...

ถ้ามีโอกาสก็แวะมาชมเถอะครับ แล้วจะรู้ว่าสงครามมันเฮงซวยขนาดไหน ไม่ว่าใครจะชนะ ประชาชนก็แพ้ทั้งสองฝ่าย

ก็ปิดท้ายวันที่สองของทริปลงแค่นี้แหละครับ หลังจากนี้ก็เดินกลับไปขึ้นรถรางกลับไปยังสถานีฮิโรชิม่า เพื่อนั่งชินคันเซ็นกลับไปโอซาก้า หาข้าวเย็นทานแถวสถานีโอซาก้า ที่สุดท้ายก็เลือกโยชิโนยะ เพราะยังคาใจกับสุกิยะเมื่อตอนเที่ยงอยู่ อีกอย่างคือตอนแรกคิดว่าจะกินพวกข้าวดงบุริ แต่เดินวนแล้ววนเล่าก็หาไม่เจอซักที... เลยกินกิวด้งก็ได้วุ้ย -3-

Next : Japan Trip 2008 - Day 3 : Kyoto - Kiyomizu Dera - Kinkakuji - Tokyo 

PS. บล็อกครบ 120k แล้วครับ ขอบพระคุณทุกท่านที่ให้การติดตามเสมอมา m[_ _]m

Comment

Comment:

Tweet


ยินดีด้วยครับ ถึงจะไม่ค่อยมาแวะเวียนเท่าไหร่

แอบแปลกใจกับวิธีการทำให้สะพานแข็งแรงด้วยเหล็ก(รู้สึกเสียความศักดิ์สิทธิ์)sad smile

ผมเองเคยกินสุกิยะแล้วก็ว่ามันจืดครับ แต่โยชิโนะยะไม่เคยกิน กินแต่มัสสึยะ(คันไซมีไหมนะ)

แต่..เห็นนาฬิกานั้นทีไรแล้วอดคิดถึงเจ้าของไม่ได้ทุกที รู้ว่าจะตายก็ทำอะไรไม่ได้แล้้ว หรือไม่งั้นก็คงไม่รู้ตัวเลย.
#5 by 「♭Mystery」 At 2008-09-18 14:22,
หดหู่จริงๆ สงครามมันเลวร้ายเสมอ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงยังมีอยู่เรื่อยๆ
#4 by gsawa At 2008-09-18 11:43,
อยากไปเที่ยวม้างงง~~~
อิจฉาๆๆๆ
#3 by Ellebazi At 2008-09-18 10:28,
กำลังจะไปปลายเดือนนี้เลยคะ

มีที่เที่ยวนอกแพลนทีน่าสนใจแนะนำกันบ้างไหมคะ
#2 by tapum At 2008-09-18 09:53,
แม่ชีปัดระเบิดนั่น ยังไม่เท่าไรครับ
ผมอึ้งกว่าก็ตรงที่มีสาวกเชื่อหัวปักหัวปำน่ะสิครับ sad smile
#1 by chubby At 2008-09-18 09:47,
Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.