2008/Sep/20

Previous : Japan Trip 2008 - Day 2/2 : Hiroshima - Kintaikyo - Peace Memorial Park

วันที่สามล่ะครับ เมื่อคืนเป็นคืนสุดท้ายที่จะพักที่โอซาก้า วันนี้เราจะเดินทางเข้าโตเกียวกัน แต่ก่อนหน้านั้น ผมจะแวะเก็บตกที่เกียวโตก่อน

จากสถานีโอซาก้า นั่งรถด่วนของสายเกียวโตประมาณครึ่งชั่วโมง ก็จะไปถึงสถานีเกียวโต สะดวกกว่าการนั่งชินคันเซ็นที่ต้องไปเปลี่ยนรถที่ชินโอซาก้าอีกต่อหนึ่ง

สถานีเกียวโต เป็นสถานีใหญ่มากกกกกกกกกกกก ถึงแม้ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางด้วยรถไฟจะมีอยู่ไม่กี่ส่วน แต่ถ้าเดินไม่ดีก็มีหลงได้เหมือนกัน

เอาสัมภาระที่หอบหิ้วมาด้วยไปฝากไว้ในล็อคเกอร์หยอดเหรียญก่อนครับ แล้วค่อยเริ่มเที่ยวเกียวโตภาคเก็บตกกัน

สาย 206 เกษตร - ประเวศ (ไม่ใช่ล่ะ)

การเดินทางในเกียวโตจะใช้รถบัสเป็นหลักครับ มีรถไฟใต้ดินให้บริการอยู่สองสายก็จริงแต่ไม่ครอบคลุมทั่วทั้งเมือง คิดซะว่าคล้ายๆกรุงเทพบ้านเราแล้วกัน แต่รถเมล์บ้านเขาดีกว่ารถแข่งสามสิบที่นั่งห้าสิบที่ยืนบ้านเราราวฟ้ากับส้นตีนเลย

ค่าโดยสารรถเมล์ซิตี้บัส ครั้งละ 220 เยนตลอดสายครับ แต่มีบัตรหนึ่งวันขายในราคา 500 เยน ขึ้นกี่รอบก็ได้

ที่หมายแรกจะไปที่วัดน้ำใส คิโยมิซุก่อนครับ วัดนี้ปีที่แล้วอดเที่ยวเพราะมาไม่ทันเวลาปิด ปีนี้เลยต้องมาล้างแค้น

หลังจากผ่านบททดสอบเป็นเนินชัน 45 องศา ก็มาถึงหน้าวัดจนได้

วัดคิโยมิซุ มรดกโลก

จ่ายค่าผ่านประตูก่อนครับ ที่นี่ 300 เยน

สถูปห้าชั้น พบเห็นได้ตามวัดในญี่ปุ่น

ทางเข้า

ในตัววัด  

ที่สักการะบูชา

 

ทิวทัศน์บนเขา ป่าไม้เขียวขจี

ด้านล่าง น้ำตกโอโตวะ

ศาลเจ้าที่ในบริเวณวัดคิโยมิซุ ศาลเจ้านี้ขึ้นชื่อในด้านผูกสัมพันธ์ความรัก ในขณะที่วัดคิโยมิซุเองมีชื่อทางด้านตัดสัมพันธ์เลิกกับแฟน ก็เป็นอะไรที่คอนทราสท์กันดี

หินทำนายรัก จุดเริ่มต้น

ถ้าหากสามารถหลับตาเดินตามทางนี้ไปจนถึงหินก้อนที่อยู่อีกฟากได้โดยสวัสดิภาพ แปลว่าคุณกำลังจะได้เจอเนื้อคู่ในเร็วๆนี้ แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็ต้องร้องเพลงรอกันไปอีกนาน ส่วนใครที่ให้เพื่อนช่วยบอกทาง ก็แปลได้ว่าต้องมีคนให้คำแนะนำ ความรักถึงจะประสบความสำเร็จนะครับ

หลักชัยในชีวิต (ฮา) หลังหินก้อนนี้เป็นบันไดนะครับ ใครที่จะลองหลับตาเดินก็ระวังหน่อยน้อ ถ้าไม่เตะหินนี้ก็อาจจะตกบันไดข้างหลังได้

เป็นมรดกโลกด้วยนะเออ

ก็ไปลองเดินกับเขามาเหมือนกันครับ ผลปรากฏว่าแหกโค้งออกขวาเลยไปตกบันไดนู่นเลย :P แอบเขินนะเนี่ย คนที่มาลองเดินมีแต่สาวๆม.ปลายในเครื่องแบบนักเรียนทั้งนั้นเลย  

ถ้าพูดถึงวัดคิโยมิซุ ก็ต้องนึกถึงภาพนี้แหละ

อีกมุม

เห็นเมืองเกียวโตได้ทั่ว

ต่อไปเราก็ลงมาข้างล่างกันครับ

น้ำตกโอโตวะ

น้ำตกสามสายที่มีความหมายต่างกันไปแล้วแต่การตีความ บ้างก็ว่าเป็นการบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บ้างก็ว่าเป็นหลักธรรมสามข้อ ส่วนถ้าจะค้าขายหลอกเอาเงินนักท่องเที่ยว ก็ต้องเป็นเรื่องสุขภาพ การงาน และความรัก

 

รองน้ำไปดื่มเพื่อสิริมงคล

มีไม่น้อยที่รองไปเป็นขวดๆกันเลย คงเพราะว่ากันว่าให้ดื่มได้ทีละสายต่อการมาหนึ่งครั้ง ถ้าดื่มทุกสายจะไม่สมหวังอะไรเลย เลยกรอกใส่ขวดเก็บไว้ไปดื่มวันอื่น เอิ๊ก (แต่น้ำมันเย็นชื่นใจดีจริงๆนะ)

อาคารด้านบนที่เราอยู่เมื่อกี้นี้

สวนภายในวัด

เมืองเกียวโตจากเนินหน้าวัด

แวะเติมพลังกันด้วยคิทสึเนะอุด้ง ตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย ขืนไม่กินอะไรมีหวังไปไม่รอดแน่ๆ

จบจากของคาว ก็ออกมาหาของหวานกินต่อครับ

ไอศกรีมรสเกลือ !!

ได้ซอฟท์ครีมมากินโคนหนึ่ง

อ้อ อันนี้รสลูกท้อครับ ยังใจไม่ถึงพอจะลองไอติมเกลือ...

จากวัดคิโยมิซุ ก็นั่งรถบัสไปแวะซื้อคอมเปย์โตที่ร้านเรียวคุจูอันที่เคยไปเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้มีให้เลือกหลายรสหน่อย ก็หยิบเอารสเมล่อน รสแอปเปิ้ล กับรสพีชมา ซื้อเสร็จยังพอมีเวลาให้เที่ยวได้อีกที่ ก็เลยเลือกไปวิหารทองคำคินคาคุจิครับ

ซิสคอน บิ๊ก !!

ระหว่างนั่งรถบัสมีฝนตกลงมาครับ เด็กนักเรียนที่มาทัศนศึกษาถึงกับบ่นอุบว่าโชคไม่ดี แต่พอมองไปที่ขอบฟ้าดันสว่างโร่ แต่พอใกล้ๆจะลงรถฝนก็หยุดครับ ทริปนี้ขอบคุณฟ้าฝนจริงๆ

ถึงแล้ว จ่ายค่าเข้า 400 เยนก่อน

วิหารทองคำ คิงคาคุจิ

คิงคาคุจินี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักหลังพ้นจากตำแหน่งของโชกุนโยชิมิทสึ เหมือนกับวิหารเงินกิงคาคุจิ อันนั้นก็สร้างไว้เป็นบ้านพักเหมือนกัน

สาดรูปล่ะ

ต่อจากวิหารทองคำ ข้างในก็จะเป็นสวนครับ

เดินชมสวนกันต่อ

หันมาถ่ายวิหารทองอีกทีก่อนจาก

อันนี้เขาว่าเป็นหินรูปปลาคาร์พ แต่ดูยังไงก็ไม่ค่อยคล้าย ยิ่งมีเด็กญี่ปุ่นคนข้างๆพูดขึ้นมาว่าเป็นหินรูปเต่า เล่นเอาเกือบปล่อยก๊าก :P

โยนเหรียญขอพรให้ลงถาด การละเล่นหลอกเอาเงินนักท่องเที่ยว :P

สวนส่วนที่เหลือจนถึงทางออก

คิตตี้เวอร์ชั่นเกียวโตครับ แต่ละจังหวัดก็จะมีคิตตี้เวอร์ชั่นของตัวเอง เหมือนเป็นโอท็อปอย่างหนึ่ง ถ้าใครมาเที่ยวญี่ปุ่นทีละหลายๆจังหวัด ซื้อคิตตี้ให้ครบทุกที่ไว้เป็นที่ระลึกหรือเป็นของฝากแบบเซ็ตก็ไม่เลวเหมือนกัน

 

ของเกียวโตก็มีหลายแบบเหมือนกัน (ลืมกลับรูปแฮะ...)

หลังจากนี้ก็นั่งรถบัสกลับไปที่สถานีเกียวโตเพื่อจับชินคันเซ็นเข้าโตเกียวกันล่ะครับ โดยนั่งไปลงที่สถานีชินางาวะ ไม่เลยไปถึงสถานีโตเกียว เพื่อจะได้นั่งรถสายยามาโนเตะวนไปยังที่พักที่โยโยงิได้ใกล้กว่า

ปีนี้ก็ยังพักที่ Yoyogi Youth Hostel เหมือนเดิมครับ ถ้ายอมนั่งสายโอดะคิวมาลงที่ซังกุบาชิก็จะตัดปัญหาเรื่องไกลสถานีรถไฟ JR ไปได้ แล้วห้องพักก็สะอาดเป็นส่วนตัวดีด้วย

ค่ำนี้โดนฝนกวนใจเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวของทริปครับ ตอนไปถึงชิบุย่าว่าจะไปเดินร่อน เจอแบบนี้เลยหาอะไรกินใกล้ๆสถานีแล้วกลับเลยดีกว่า

ลุงหนวด Beard Papa ไส้ธรรมดา คุกกี้ชู และไส้เกาลัด ไส้เกาลัดไม่ค่อยอร่อยเลยง่ะ T-T

ก็ผ่านไปครึ่งทางแล้วครับ ยังเหลืออีกสามวัน ซึ่งโปรแกรมก็เริ่มจะลดน้อยลงเป็นลำดับ เหอๆ ^^;;

Next : Japan Trip 2008 - Day 4 : Utsunomiya - Futaarayama Jinja - Minmin Kyoza - Saitama - Washinomiya - Washinomiya Jinja

Comment

Comment:

Tweet


กล้าลองเดินที่หินด้วยฟ่ะ ฉันไปเห็นแต่ นร.หญิงลองเหมือนกัน เลยอายขึ้นมา sad smile
#3 by rico At 2008-09-22 09:39,
ว่าแล้วก็อยากกินลุงหนวด
#2 by gsawa At 2008-09-20 20:30,
ต้องรสเกลือเซ่!!
#1 by Little Lamb At 2008-09-20 17:21,
Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.