Previous : Japan Trip 2008 - Day 3 : Kyoto - Kiyomizu Dera - Kinkakuji - Tokyo
วันที่สี่ล่ะครับ สำหรับวันนี้เราจะไปแสวงบุญกัน
แสวงบุญ - ถ้าเป็นศัพท์โอตาคุ หมายถึงการเดินทางไปเยี่ยมเยียนยังสถานที่ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่ปรากฏในการ์ตูนหรืออนิเม ที่รู้จักกันดีในช่วงนี้ก็เช่น หมู่บ้านชิราคาวะที่กิฟุ ต้นแบบของหมู่บ้านฮินามิซาว่าในเรื่องแว่วเสียงเรไร หรือสถานีคาซึคาเบะ, โรงเรียนมัธยมเคียวเอย์ และศาลเจ้าวาชิโนมิยะในไซตามะที่ปรากฏในเรื่องลัคกี้สตาร์ เป็นต้น
สำหรับโปรแกรมวันนี้เราจะไปที่ศาลเจ้าวาชิโนมิยะครับ แต่ก่อนหน้านั้นเราจะเลยขึ้นไปชิมเกี๊ยวซ่าที่เมืองอุทสึโนมิยะก่อน
ปีนี้ผมไม่เดินครึ่งชั่วโมงไปขึ้นรถที่ JR โยโยงิแล้วครับ ยอมนั่งสายโอดะคิวใกล้ๆที่พักไปเปลี่ยนเป็นสาย JR ที่ชินจูกุแทนดีกว่า ค่าตั๋ว 120 เยน คิดซะว่าน้ำกระป๋องนึงก็แล้วกัน
ตอนนี้โตเกียวกำลังเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิกปี 2016 ต่อจากลอนดอนครับ
พอไปถึงชินจูกุแล้วก็ต่อรถไฟด่วนไปยังโอมิยะในไซตามะ เพื่อเปลี่ยนไปขึ้นชินคันเซ็นนาสึโนะ ไปยังเมืองอุทสึโนมิยะในจังหวัดโทชิงิ ใช้เวลาเดินทางช่วงละครึ่งชั่วโมง
แต่ผมดันขึ้นชินคันเซ็นผิดทางครับ วิ่งกลับลงมาอุเอโนะในโตเกียว เลยต้องเดินทางใหม่เลย โชคดีที่มีขบวนไปอุทสึโนมิยะออกจากอุเอโนะเลย แล้วก็โชคดีที่เผื่อเวลาไว้ด้วย...
รถไฟบางขบวนในญี่ปุ่น ช่วงชั่วโมงเร่งด่วนไปจนถึงสิบโมงเช้า ที่นั่งจะพับเก็บขึ้น เป็นการเพิ่มพื้นที่ให้ยัดคนเข้าไปได้มากขึ้น
มาถึงอุทสึโนมิยะแล้วครับ
สถานีอุทสึโนมิยะ
คิตตี้เวอร์ชั่นจ.โทชิงิ
รูปปั้นหน้าสถานี รู้สึกจะเกี่ยวกับเรื่องครอบครัว จำข้อมูลไม่ได้แล้วแฮะ
มีรูปปั้นเกี๊ยวซ่าด้วยครับ แต่อยู่ตรงไหนของสถานีก็ไม่ทราบ ผมขี้เกียจเดินวนหาแล้วด้วยสิ
เดินจากสถานีไปสักพักก็จะถึงร้านนี้ครับ ร้านมินมิน สาขาใหญ่ เป็นร้านดังพอสมควรทีเดียว แต่ตอนนี้ยังปิดอยู่
หน้าปากซอยมีร้านนี้ เขาโฆษณาว่าเคยชนะเลิศการแข่งเกี๊ยวซ่าที่เกี๊ยวซ่าสเตเดี้ยมที่โอซาก้า แต่วันนี้หยุดหรือไงไม่รู้ ในร้านดูเงียบๆ คู่ชายหญิงทางขวาของภาพก็คงมาตระเวนชิมเกี๊ยวซ่าเหมือนกัน ไปยืนด้อมๆมองๆในร้านแล้วก็เดินจากไป
ในเมื่อร้านยังไม่เปิด ก็เลยไปแวะศาลเจ้าฟุตะอารายามะใกล้ๆก่อนครับ
บันไดขึ้นศาลเจ้า
ระหว่างทางขึ้นบันได
สำหรับศาลเจ้าฟุตะอารายามะนี้มีชื่อในด้านการขอให้สอบเข้าสอบติด
เล่นเอาไม่อยากเข้าไปล้างมือบ้วนปากกันเลย กลัวจะได้ไข้สมองอักเสบมาเป็นของแถม
สาธุ...ขอให้ลูกช้างสอบใบประกอบโรคศิลป์รอบตุลานี้ผ่านด้วยเทอญ
ยังมีเวลาเหลืออีกนิดหน่อย เลยไปแวะพิพิธภัณฑ์แฟร์รี่ที่ห้างข้างๆศาลเจ้า
พอ 11.30 น. ได้เวลาร้านเปิด ก็เดินไปที่ร้านครับ
เฮ่ย เดี๋ยวสิ ร้านเพิ่งเปิดได้สิบนาที นี่รอคิวกันแล้วเรอะ
รออยู่ไม่นานเท่าไหร่ครับเพราะมาคนเดียว แป๊บเดียวก็ได้เข้าร้านแล้ว
เมนู มีเกี๊ยวซ่าย่าง เกี๊ยวซ่าทอด และเกี๊ยวซ่าน้ำ ข้าว แล้วก็เบียร์
เกี๊ยวซ่าทอด
เกี๊ยวซ่าน้ำ
เกี๊ยวซ่าน้ำอร่อยเกินห้ามใจ กินง่ายไหลลื่นลงคอสบายๆเลย แต่เกี๊ยวซ่าทอดเฉยๆครับ แป้งออกแข็งมากกว่าจะเรียกว่ากรอบ แถมไม่ค่อยเข้ากับไส้ในด้วย รู้งี้น่าสั่งเกี๊ยวซ่าย่างมาแทนแฮะ
กินเสร็จก็ออกมาจากร้าน แล้วก็พบกับ...
ชิบห...ทัวร์ลง !!
ร้านนี้มีบริการส่งเกี๊ยวซ่าทั่วประเทศด้วยนะครับ แต่ไม่ทราบรายละเอียดเหมือนกันว่าส่งยังไง เป็นแบบสดให้ไปทอดต้มย่างเอาเอง หรือทำสำเร็จเลยแล้วส่งด่วนให้ไปอุ่นร้อนเอา
เสร็จเรียบร้อยก็นั่งรถเมล์กลับไปที่สถานีอุทสึโนมิยะ โดยเลือกขึ้น JR Bus เพราะใช้ JR Pass ขึ้นได้ฟรี แล้วก็นั่งรถไฟ JR โทโฮกุไปยังสถานีฮิงาชิวาชิโนมิยะ
ถึงแล้วครับ ใช้เวลาประมาณเกือบชั่วโมงนึง
ที่ระลึกการขึ้นทะเบียนเป็นประชาชนชาวเมืองวาชิโนมิยะอย่างเป็นทางการของบ้านฮีรางิ อันนี้เป็นโปสเตอร์โฆษณาช่วงเทศกาลดอกไม้บาน จะสื่อว่าสึคาสะเป็นดอกป๊อปปี้ฤดูใบไม้ผลิ คากามิเป็นดอกคอสมอสฤดูใบไม้ร่วงหรือเปล่าหว่า...
จากสถานีต้องเดินไปประมาณครึ่งชั่วโมงแหละครับ จึงจะถึงศาลเจ้าวาชิโนมิยะ ต้นแบบของศาลเจ้าบ้านฮีรางิ
ศาลเจ้าวาชิโนมิยะ ศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในแถบคันโต เลี้ยวซ้ายไฟแดงหน้าแล้วเดินไปอีก......2 กิโล......
เดินกันจนหอบเป็นลูกหมาตากแดด ก็มาถึงซักที
อีกนิดนึง...
บอร์ดหน้า...เอ่อ...ศาลเจ้า...
เอมะที่อยากเอากลับบ้านชะมัด
เอ่อ......โคนาตะ ?
รับตัดผมทรงชิราอิชิ 4200 เยน
ภายในศาลเจ้า
มีเลี้ยงนกยูงด้วย
ที่แขวนป้ายเอมะในศาลเจ้า แต่มันดูแปลกๆแฮะ...
เอมะขอพร ?
ฝั่งนี้สำหรับโอตาคุโดยเฉพาะ
เอ่อ ป้ายนี้แอบหลอน...
อืม
อืมมม
อืม...ศาลเจ้าเก่าแก่
วัตถุแปลกปลอม...
เป็นป้ายขอให้ขับขี่ปลอดภัยที่โคตรจะไม่ขลังสิ้นดี...
แล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับครับ ยอมถ่อสังขารเดินกลับไปสถานีของ JR อีกครึ่งชั่วโมง จริงๆมีสถานีรถไฟท้องถิ่นที่เดิน 5-6 นาทีก็ถึง แต่ผมขี้เกียจไปงมหาแล้วแฮะ เดี๋ยวจะใช้เวลาเกินครึ่งชั่วโมงเอา...
ระหว่างทางมีแวะพักเหนื่อยที่ร้านแซงคุส
ไส้กรอกฮีรางิ ยากิโซบะมิยูกิ
เป็นโอท็อปไปแล้ว...
ระหว่างทางเดินอยู่เจอรถแต่งลายลัคกี้สตาร์ด้วยครับ เป็นรถแบบที่ถ้าเห็นมาวิ่งในไซตามะนี่รู้เลยว่ามีจุดหมายที่ไหน แต่คว้ากล้องมาถ่ายไม่ทันง่ะ...
สุดท้ายก็ลากสังขารกลับมาถึงสถานีจนได้ครับ ก็นั่งรถไฟสาย JR โทโฮกุกลับเข้าโตเกียว
สถานีโทโร่ !!
มื้อเย็นวันนี้ไปกินราเม็งอิจิรันที่ชิบุย่าอีกรอบครับ ผมชอบเส้นร้านนี้นะ สั่งแบบลวกเส้นมาแข็งหน่อยจะกินแล้วนึกถึงนู้ดเดิ้ลการ์เด้นบ้านเราเลย
เกลี้ยงชาม ปิดฉากวันที่สี่ครับผม :D


















































