2008/Oct/03

ไม่มีใครแท็กมาให้ แต่ขอทำเอง พอดีเพิ่งจบ ยังพอระลึกชาติได้บ้าง เลยมาขอพิมพ์เก็บไว้ให้ตัวเองในอนาคตอ่านว่าเมื่อก่อนเคยผจญอะไรมาบ้าง เอิ๊ก...

Tag เรียน......อย่างคนมีกึ๋น

กติกา:
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ

1) ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- เพิ่งจบจากคณะเภสัชศาสตร์มาเมื่อปีที่แล้ว จริงๆสอบเข้าโครงการพิเศษก็เลยไม่ได้เลือกแทร็ค แต่เท่าที่เรียนมา จะเรียกว่าเป็น Clinic & Social (เภสัชกรรมคลิกนิกและเภสัชกรรมสังคม) ก็คงได้ล่ะมั้ง

2) สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- วิธีเรียนคงไม่แปลกแตกต่างจาคณะทั่วไปซักเท่าไหร่ ก็มีเข้าฟังเลคเชอร์ ทำแล็บ ทำ Presentation กลุ่ม แล้วก็สอบเทอมละ 4 ครั้ง อะไรทำนองนี้

ส่วนเรื่องเนื้อหา ปีแรกๆจะเป็นวิชาพื้นฐานซะเยอะ ปี 1 สู้กับเคมี ฟิสิกส์ ชีวะอีกรอบ แล้วพอสูงขึ้นไปสามทหารเสือเหล่านี้ก็จะรวมร่างกันมาสู้กับเรา เป็นเคมีเชิงฟิสิกส์ ชีวเคมี บลาๆๆ พวกนี้จะเป็นพื้นฐานให้เราเข้าใจวิชาของคณะได้ง่ายขึ้น สังเกตว่าผมใช้คำว่า "ช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น" เพราะถึงแม้จะผ่านวิชาพื้นฐานพวกนี้มาแบบเฉียดฉิวมือคว้ามีนตีนเหยียบด็อก ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเรียนพวก Biopharm, Pharm. Tech. อะไรพวกนี้ไม่ได้ดีซะเลย เพียงแต่ถ้าเข้าใจพื้นฐานดี การจะต่อยอดมันก็ง่ายขึ้น แค่นั้นเอง เปรียบเทียบกับการจำเนื้อเพลง เราจำเนื้อเพลงไทยได้ง่ายเพราะเข้าใจความหมาย แต่ให้ไปจำเนื้อเพลงญี่ปุ่น สำหรับคนที่ไม่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่น อาจจะต้องท่องไอ้เสียง อะ อิ อุ เอะ โอะ คะ คิ คุ เคะ โคะ ที่มันมาเรียงๆกันไปแบบ อะ แล้วต้องไป คิ เคะแล้วต้องไป โอะ นะ ส่วนคนที่เรียนมาเข้าใจความหมายของเนื้อเพลงก็จะจำได้ง่ายขึ้น ทำนองนี้ล่ะมัง

รายวิชาที่เรียน ที่คิดว่าเกี่ยวข้องจริงๆทั้งส่วนขององค์ความรู้และการประกอบวิชาชีพก็จะมี

- ชีวเภสัชศาสตร์ : รายวิชานี้จะเอา "ยา" เป็นตัวตั้ง แล้วศึกษารายละเอียดว่ายากลุ่มนั้นมีที่มาอย่างไร โครงสร้างเป็นยังไง กลไกออกฤทธิ์เป็นอย่างไร ใช้รักษาโรคอะไร พอยาเข้าไปในร่างกายแล้วร่างกายเราทำอะไรกับยาบ้าง และยาทำอะไรกับร่างกายของเราบ้าง

- เคมีของยา : รายวิชานี้จะเอา "โครงสร้างของยา" เป็นตัวตั้ง แล้วศึกษาว่าโครงสร้างของยาแบบนี้ มีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาอย่างไรและทำไม โครงสร้างส่วนไหนที่ทำให้ยาออกฤทธิ์ได้อย่างที่มันควรจะเป็น การดัดแปลงโครงสร้างส่วนไหน อย่างไร จะช่วยเพิ่มหรือลดหรือทำให้ฤทธิ์ของยาหมดไป

- เทคโนโลยีเภสัชกรรม : ศึกษายารูปแบบต่างๆ ตั้งแต่หลักวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ยาน้ำก็จะเป็นเรื่องการละลายของยา ยาเม็ดก็จะเป็นเรื่องอนุภาคศาสตร์ ยาฉีดก็จะเป็นวิธีการทำลายเชื้อ ฯลฯ ไปจนถึงหลัการตั้งตำรับยา ว่ายาสูตรหนึ่งต้องใส่อะไรลงไปบ้าง กว่าจะได้สำเร็จออกมาเป็นสูตรยาสูตรหนึ่งต้องตรวจสอบอะไรบ้าง ใส่อะไรเท่าไหร่ถึงจะดี (ของพวกนี้ไม่มีหลักตายตัวนะครับ แม้จะมีช่วงของปริมาณสารที่ใช้กันโดยทั่วไปอยู่ก็จริง แต่จะสรุปผลได้ว่าต้องใส่อะไรเท่าไหร่เป๊ะๆนี่มีแต่ต้องลองเตรียมยาที่มีสัดส่วนสารนั้นๆต่างกันไปหลายๆสูตรแล้วเอาไปทดสอบดูเท่านั้น)

- เภสัชบำบัด : รายวิชานี้จะเริ่มเอา "โรค" เป็นตัวตั้งบ้าง ว่าโรคนี้จะมีอาการอย่างไร เป้าหมายของการรัษาคืออะไร มียาอะไรที่ใช้รักษาได้บ้าง แผนการรักษาเป็นอย่างไร เริ่มจากใช้ยาตัวไหน ให้ยังไง ครั้งละกี่เม็ด วันละกี่ครั้ง ถ้ายังไม่หายจะทำยังไงต่อ เพิ่มขนาดยาหรือเปลี่ยนยาหรือเพิ่มชนิดยา บลาๆๆ

- เภสัชกรรมคลินิก : วิชานี้จะเริ่มพูดถึงการทำงานกับผู้ป่วยจริงๆ เช่น การเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์จากยา การตรวจเช็คความผิดพลาดในการจัด/จ่ายยา การ monitor ระดับยาในกระแสเลือดผู้ป่วย อะไรทำนองนี้

- เภสัชกรรมจ่ายยา : วิชานี้ก็เอา "ผู้ป่วย" เป็นตัวตั้งอีก ว่าถ้ามีผู้ป่วยหนึ่งคน เราจะมีวิธีการซักประวัติอย่างไรให้รู้ว่าเขาเป็นอะไร จะต้องจ่ายยาอะไรรักษาอาการ ในการจ่ายยาจะต้องบอกอะไรผู้ป่วยบ้าง คล้ายๆเภสัชบำบัด แต่จะเน้นที่หลักการซักประวัติสำหรับแต่ละโรคและการจ่ายยาในร้านยามากกว่า

- อื่นๆ เช่น เภสัชเวท, กฏหมาย, เภสัชสนเทศ, การบริหาร : พวกนี้จะสอนสิ่งที่เภสัชกรควรรู้ เช่น พืชสมุนไพรในแง่ของสารออกฤทธิ์ที่มีอยู่ในธรรมชาติ เทคโนโลยีชีวภาพ กฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของเภสัชกร ยาอะไรจัดเป็นยาอันตราย ยาควบคุมพิเศษ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ยาเสพติด แล้วอันไหนขายในร้านยาได้ อันไหนจะขายได้ต้องมีใบสั่งแพทย์ พรบ.ต่างๆที่เกี่ยวข้อง บางวิชาก็จะแนะนำให้รู้จักยาที่มีเทคนิคการใช้พิเศษเพิ่อให้เราเอาไปแนะนำผู้ป่วยต่อได้ แล้วก็พวกการบริหารต่างๆ เช่น การบริหารร้านยา การบริหารโรงพยาบาล การบริหารโรงงานยา ฯลฯ

วิชาที่แนะนำให้ตั้งใจมากเป็นพิเศษก็คือ เภสัชบำบัด เภสัชกรรมจ่ายยา และเทคโนโลยีเภสัชกรรม เนื่องจากเป็นวิชาที่มีองค์ความรู้ไปออกเป็นข้อสอบเพื่อขอรับใบประกอบโรคศิลป์เยอะมาก สามอย่างรวมกันก็ประมาณ 80% แต่ละอย่างไม่ต่ำกว่า 25% ในขณะที่วิชาอื่นๆมีสักวิชาละ 0-10% ต่อข้อสอบหนึ่งเคส

3) สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- หลักๆคือเอาไปใช้ร่วมมือกับแพทย์ในการรักษาผู้ป่วย นอกจากนั้นก็ใช้ทำงานผลิตยา หรือถ้าใครพูดเก่งๆ โน้มน้าวคนเก่งๆอาจจะไปเป็นผู้แทนยาให้บริษัทยา หรือใครชอบทำแล็บก็อาจจะไปทำงานควบคุมคุณภาพในโรงงานยา หรือไปทำวิจัยในสาขาต่างๆก็ได้

4) บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- ไม่มีอะไรมากนอกจากต้อง "ถึก" เพราะวิชาต่างๆอาศัยการท่องจำซะเป็นส่วนใหญ่ ไอ้ที่ว่าแค่เข้าใจไม่ต้องท่องก็ทำได้แล้วนี่ไม่ค่อยมี การเข้าใจมีส่วนช่วยให้เราจำได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องหาวิธีอะไรก็ได้ที่จะทำให้เรา "จำ" เนื้อหาที่เรียนมาให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้

อย่างไรก็ดี นั่นก็เป็นแค่ตอนเรียน จบออกไปทำงานจริง นอกจากอะไรที่ใช้บ่อยๆซึ่งน่าจะติดหัวไปเองโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ขอแค่ให้รู้ว่าจะไปค้นได้จากที่ไหนก็พอ ไม่ต้องพยายามยัดเข้าหัวไปก็ได้

5) อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
- ว่าอะไรดีล่ะ เอาเป็นว่าถ้าเข้ามาแล้วตัดสินใจว่าจะเรียนไปจนจบ ก็ขอให้มีใจรักในวิชาชีพตัวเองก็แล้วกัน เพราะต้องยอมรับว่าในเมืองไทยศักดิ์และสิทธิ์ของเรายังสู้หมอไม่ได้จริงๆ

สุดท้าย ใบประกอบโรคศิลป์สำคัญมากจริงๆครับ ไม่มีใบประกอบนี่เหมือนชีวิตมืดไป 8 ค่ำแล้ว ตั้งใจกันให้ดี เตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ อย่าคิดว่าใกล้จะจบแล้วค่อยหาเวลาเริ่ม ถึงตอนนั้นมันจะไม่มีเวลาให้กระดิกตัวแล้ว ไหนจะโปรเจคท์จบ ไหนจะสมัครงาน ไหนจะฝึกงาน ไหนจะสอบ ฯลฯ

ก็คงประมาณนี้แหละครับ

Comment

Comment:

Tweet


ขอมาขอบคุณใน entry นี้นะคะ ^^
ตอนนี้กำลังสอบใบประกอบค่ะ มารับข้อสอบ 1/2552 ไปดู
ขอบคุณค่ะ ^^
#9 by FureN At 2010-03-04 23:14,
หนูก็เรียนเภสัชค่ะ เคยคิดเหมือนกันว่าศักดิ์ศรีเราสู้หมอไม่ได้ แต่พอมีอาจารย์ท่านนึงมาสอนก็ได้เปลี่ยนแนวคิดของหนูไป แค่เราตั้งใจทำงานให้เต็มความสามารถพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆเภสัชกรก็มีศักดิ์เท่ากับหมอได้
#8 by At 2010-02-09 16:38,
#6
เท่าที่ตามไปดูมา มีของ #2 เขียนไว้เหมือนกันครับผม big smile
#7 by Rune At 2008-10-04 08:24,
Tag เภสัชยังไม่มีแนะนำสินะ
Hot! Hot!
#6 by Little Lamb At 2008-10-04 00:43,
เป็นสายที่เรียนยาก ความสำคัญก็มากไม่แพ้แพทย์
แต่เวลาทำงานจริงกลับโดนแพทย์แย่งบทเด่นไปเสียหมด (รึเปล่า?)
#5 by Little Lamb At 2008-10-04 00:42,
สุดท้ายแล้ว ความ "ถึก" คือของตายค่าconfused smile
เรียนคณะไหนๆ ถ้าไม่ถึกก็มีหวังได้เลิกลากันไปก่อนแน่ๆ
#4 by SweetPuff At 2008-10-03 19:43,
Hot! ละเอียดดีจริง สำคัญตรงวิชาที่ได้ใช้ในการประกอบอาชีพนี่หละเนาะ
#3 by Choco At 2008-10-03 19:00,
อ่านแล้วไม่อยากคิดถึงปีสุดท้ายเลย
เห็นรุ่นพี่สอบใบประกอบฯแล้ว เครียดแทน
#2 by kororo At 2008-10-03 17:20,
big smile มาเอาลิงค์ไปแปะในบอร์ดแนะนำคณะ
โฮ่ๆๆๆๆ
#1 by Nancy อารมณ์ดี At 2008-10-03 15:49,
Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.