2010/May/04

Day 3 : Akihabara - Maid Cafe - AKB48 Theatre - Odaiba - Ramen Arena

พาร์ทสุดท้ายแล้วครับ แต่คาดว่าความน่าสนใจคงต่ำเอาการ เพราะแทบจะเรียกได้ว่าไม่ใช่การเที่ยวแล้ว



วันที่สามไปอากิฮาบาระครับ เพื่อทัวร์เมดคาเฟ่และดู Stage ของ AKB48 ที่ Theatre



สะพานข้ามแม่น้ำฝั่งเดินห่างออกมาจากถนนกลาง ปกติไม่เคยได้ผ่านมา แต่พอดีเดินหาร้านข้าวหน้าของทะเลที่เคยมากิน กะว่าจะมาซ้ำฮอกไกด้งอีกที แต่ปรากฏว่าร้านปิดไปแล้ว... สรุปเลยต้องไปกินบลันช์ที่ Pinafore สาขา 1 แทน เสร็จค่อยไปกินเค้กเซ็ตที่ Mailish รอจนได้เวลาเปิดขายตั๋ว



ตึกดองกีโฮเต้ สาขาอากิฮาบาระ ที่ชั้น 8 มีฐานทัพลับที่แฟนๆ AKB48 รู้จักกันทุกคน (แล้วมันลับยังไงฟะ...)

แต่มีข่าวเหมือนกันว่าแฟนๆชาวญี่ปุ่นรุ่นใหม่ๆบางคนก็ไม่รู้ว่ามีเธียเตอร์อยู่ที่นี่ และมี Stage เปิดแสดงแทบทุกวัน...



รอบที่ตบตีแย่งชิงตั๋วกับคนญี่ปุ่นอีกหมื่นคนมาได้คือ Stage Team B รอบ 15.30 น.ครับ



Oshimem อิตาโนะ โทโมมิ XD~

ตั้งแต่ย้ายทีม ชื่อหนูก็ไม่ได้ขึ้นเป็นชื่อแรกสุดเวลามีการไล่รายชื่อสมาชิกซะแล้ว OTL

ประชาสัมพันธ์ บอกเลขที่ที่ได้มาตอนจับฉลากได้สิทธิ์เข้าชม ยื่นพาสปอร์ตให้ดู กับไปรษณีย์ยืนยันว่าที่อยู่ไม่ใช่เขตโตเกียวและปริมณฑล จ่าย 3,000 เยนก็จะได้ตั๋วมา



ตั๋ว ตอนนี้พกไว้ในกระเป๋าตังค์ เป็นเครื่องราง (...เพื่ออะไร)



กับริสท์แบนด์ ไว้สำหรับยืนยันตัวตอนมารับบัตรคิวและเข้าเธียเตอร์ ป้องกันการเอาตั๋วไปขายต่อ เห็นเป็นกระดาษแบบนี้แต่ตอนถอดดึงออกยากมากกกกกกกกกกกก



หน้าทางเข้าเธียเตอร์



ทางเข้า



ละครเวทีมิงกี้โมโม่ อาคิโมโตะ ซายากะ กัปตันทีม K แสดงเป็นไนท์แมร์ ตัวร้ายในเรื่อง



มีเวลาเหลือชั่วโมงเศษๆก่อนเปิดการแสดง เลยลงไปซื้อ DVD คอนเสิร์ต AX 2010 ที่ Shop ตรงชั้น 5 แล้วเลยไป Cure Maid เมดคาเฟ่อีกร้านที่ยังไม่ได้ไป

Stage จบประมาณห้าโมงครึ่ง ก็วิ่งไปซื้อพวกมังกะที่เล็งไว้ กับเดินหาของที่คนอื่นฝากซื้อนิดหน่อย แล้วก็จับรถไฟไปโอไดบะ



มาถึงโอไดบะที่สถานี Tokyo Teleport เอาของที่ซื้อมายัดไว้ในล็อคเกอร์หยอดเหรียญ แล้วค่อยเดินไป Aqua City



ชิงช้าสวรรค์



Pallette Town



แผนที่เห็นเหมือนใกล้ๆ ข้ามถนนไปก็ถึง เดินจริงไอ้สะพานลอยข้ามถนนที่ว่าก็ยาวโคตรๆ แถมข้ามแล้วยังต้องเดินขึ้นไปอีกพอควรเยกว่าจะถึง Aqua City



ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Ramen Arena











รายชื่อร้านที่มาออกร้านที่นี่ช่วงนี้

ที่นี่จัดป็นซีซั่นนะครับ แต่ละซีซั่นก็จะมีร้านที่มาออกร้านต่างกันไป ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกตอนนี้จะเป็นซีซั่นที่ 3 หมดซีซั่นนี้แล้วไม่รู้จะมีจัดต่ออีกรึเปล่า







สภาพข้างใน คนเยอะมากเพราะเป็นคืนวันเสาร์

ผมเลือกทานร้าน Daishin ครับ เ็ป็นร้านจากฮอกไกโด

บัตรคิว สั่งแล้วไปเดินเล่นที่ไหนก็ได้ ถึงคิวแล้วมันจะส่งเสียงเรียกเราเอง แต่อย่าไปไกลล่ะ อาหารเสร็จเร็วใช้ได้เลย



มาแล้วครับ ฮอนโจมิโสะราเม็งใส่ไข่ต้ม



กินเสร็จก็ล้างปากด้วยไอศกรีมรสคาราเมลสด

อิ่มหนำแล้วก็ออกไปรับลม(หนาว)ข้างนอกกันหน่อย







สะพานเรนโบว์บริดจ์ยามค่ำคืน ถ่ายมาแค่สองรูปเพราะมันมืด มองอะไรไม่เห็นแล้ว เห็นอยู่แค่นี้แหละ... เอาไว้คราวหน้าค่อยมาเดินเที่ยวตอนกลางวัน



แล้วกลับที่พัก หมดไปอีกวัน

Day 4 : Ueno Park - Ameyoko

วันนี้ไม่มีอะไรมากครับ เพราะเป็นวันกลับแล้ว อันดับแรกพอเช็คเอาท์จากที่ำพักเรียบร้อยก็เอาของไปฝากล็อคเกอร์ที่สถานีเคย์เซย์อุเอโนะ เพราะต้องไปสนามบินด้วยรถไฟเคย์เซย์อยู่แล้ว เรียบร้อยก็ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะอุเอโนะ



ซากุระบานแล้ว \[ - -]/



คนเลยมากันเต็มสวน มาเดินดูบ้าง ปูเสื่อจองที่ไว้ชมซากุระเลยบ้าง



ใกล้ๆ



ยังไม่ได้กินมื้อเช้าเลยซื้อยากิโซบะร้านแผงลอยมายืนทานไปชมดอกไม้ไป ขอบอกว่ายากิโซบะเค็มมากกกกกกกกกกกก ขนาดผมว่าผมเป็นคนกินเค็มแล้วนะ แถมแพงอีก ตั้งกล่องละ 500 เยน...



ก็เดินดูดอกไม้ไปเรื่อยๆ



เรื่อยๆ



จนถึงหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติก็อ้อมไปเดินกลับอีกทาง



ทางเดินกลับ























เดินเสร็จก็แว่บไปอาซาคุสะ ไปชำระแค้นอาเกะมันจู



ย่านเด็นโตอินอีกที



ขากลับนั่งรถไฟแวะอากิฮาบาระหน่อย เพราะมีหนังสือเล่มนึงที่ตอนแรกกะว่าจะซื้อตอนมันวางขายล่วงหน้าที่งานคอนเสิร์ตวันแรก แต่เจอผู้คนแล้วไม่สามารถเบียดฝูงญี่ปุ่นเข้าไปซื้อได้ ลองเดินๆดูแบบไม่หวังอะไร เพราะมันกำหนดวางแผงจริงๆอีกตั้งสองวันข้างหน้า แต่ปรากฏว่าที่ร้าน Animate เอามาวางขายแล้ว ไม่ต้องกลับไปสั่งคิโนะที่ไทยแล้ว \[~TOT]/ (เพราะถ้าสั่งคิโนะจริงๆ ป่านนี้ผมคงยังไม่ได้หนังสือแน่ๆ...)

เสร็จก็ไปเดินซื้อของฝากที่อาเมโยโกะ แล้วก็นั่งรถไฟไปสนามบินนาริตะเพื่อบินกลับบ้าน จบทริปสั้นๆสำหรับปีนี้กันแค่นี้ครับ :D



ของฝากจากญี่ปุ่น :P

ทริปนี้ถ้าให้พูดความประทับใจ เป็นทริปโคตรสั้นแถมโคตรแพงที่คุ้มมากสำหรับผมครับ ได้ดูอะไรที่อยากดูครบเลยในทริปเดียวทั้งที่โอกาสเป็นไปได้โคตรยาก (หิมะกับซากุระในทริปเดียว ห่างกันแค่สองวัน...) คงต้องบอกว่าใช้ดวงทั้งชีวิตหมดไปกับทริปนี้แล้ว ตั้งแต่ตอนจองตั๋วคอนเสิร์ตรอบแรกที่ให้ความรู้สึกเหมือนยื่นแค่มือเข้าไปควานหาอะไรสักอย่างในฝูงญี่ปุ่นมุง แถมตั๋วหมดใน 5 นาที ดื้อตื๊อกับเว็บขายตั๋วต่อจนได้ตั๋วมา แล้วก็ไปเสี่ยงดวงเอาตั๋วเธียเตอร์ที่ต้องแย่งกับญี่ปุ่นอีกหมื่นคน (ยอดจองเข้าชมเธียเตอร์ตอนนี้เฉลี่ยรอบละประมาณหมื่นคนได้ครับ แล้วเขาจะมาแรนด้อมหาคนที่ได้สิทธิ์เข้าไปดูอีกที) ปิดท้ายด้วยการควานหาหนังสือก่อนมันจะออกสองวันแล้วเจอ...

ส่วนชื่อทริปมีที่มาจากไหน ลองดูคลิปนี้ครับ

(ก็อยากแปะเป็นตัวคลิปเลยล่ะนะ แต่แปลกที่หา PV ตัวนี้ใน Youtube ไม่เจอเลย หรือเป็นเพราะผกก.คืออิวาอิ ชุนจิเลยโดนไล่ลบแบบกระหน่ำซัมเมอร์เซลส์ ?)

สรุปว่าเป็นทัวร์แสวงบุญนี่หว่า...

ขอขอบคุณทุกๆท่านที่ตามอ่านนะครับ m[ _ _]mแม้หลังๆจะไม่ค่อยน่าสนใจแล้วก็ตาม ^^;; (สังเกตได้จากจำนวนคอมเมนต์เอนที่ก่อน)

edit @ 4 May 2010 15:48:19 by Rune

Comment

Comment:

Tweet


อากิฮาบาระ เป้นย่านเครื่องใช้ไฟฟ้าใช่ป่ะครับ (เคยอ่านในการ์ตูนถ้าจำไม่ผิด) ภาพแรกเห็นโลโก้ SEGA

ราเม็งมีไข่ยางมะตูมด้วยอ่า

ภาพเยอะ+สวย ครับ
#6 by Mr.P At 2010-06-06 07:39,
อยากไปมั่งจริงๆ อยากไปดูแกลอรี่ของเหล่ไาอดอลแบบเนี้ยแหละT^T
อ๊ะ นั่นชั้น 8 ที่เคยเดินขึ้นไป คนนั่งรอเต็มไปหมดเลยวันนั้น -.-
#4 by Roticagas At 2010-05-05 00:13,
มิ้งกี้โมโม่ = = !!

แล้วซื้อทองม้วนกลับมาเปล่า ?
#3 by Kuro Noire At 2010-05-04 22:57,
ตามดูอยู่ค่ะ แต่นานๆมาทีเลยรวบยอดเอา อิอิ
คิดถึงญี่ปุ่นมากๆโดยเฉพาะเรื่องอาหาร
#2 by sorbet* At 2010-05-04 19:51,
พี่รูนไปหาทองม้วนถึงญี่ปุ่นเชียว ลงทุนโคตรๆ :P

มิงกี้โมโม่เก่าขนาดนั้นยังมีทำเป็นละครเวทีอีกเหรอเนี่ย ^^;;
#1 by tenrei At 2010-05-04 19:21,
Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.